Loading

ใหม่
TH
ชุมชน
TrustFinance ไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับอนุญาต และไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินใด ๆ ในภูมิภาคของคุณ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
บทความที่เกี่ยวข้อง

15 ต.ค. 2026
Lot Forex คืออะไร คำนวณขนาด Position ยังไง
TrustFinance
ต.ค. 15, 2026
8 min read
3

ก่อนกด Buy หรือ Sell ทุกครั้ง มีคำถามสองข้อที่ควรมีคำตอบอยู่แล้ว ถ้าราคาสวนทาง จะยอมเสียถึงตรงไหน และถ้าราคาไปทางที่คิด จะออกตรงไหน Stop Loss คือคำตอบของข้อแรก Take Profit คือคำตอบของข้อหลัง
บทความนี้อธิบายว่า Stop Loss คืออะไร Take Profit คืออะไร แพลตฟอร์มเช็คราคาฝั่งไหนก่อนปิดสถานะ (เรื่องนี้ทำให้หลายคนโดน Stop Loss ทั้งที่กราฟยังไม่ถึง) ระดับที่ตั้งไว้เปลี่ยนเองได้ตอนไหน และวิธีอ่าน Risk:Reward ให้เห็นว่าต้องชนะกี่ไม้ถึงจะเท่าทุน ตัวอย่างตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่คำแนะนำว่าควรตั้งเท่าไหร่
Stop Loss คือคำสั่งที่ผูกกับสถานะที่เปิดอยู่ (หรือกับ pending order) ให้ปิดสถานะทั้งหมดอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนสวนทางมาถึงระดับที่กำหนด เป้าหมายคือจำกัดขาดทุนของไม้นั้นไว้ล่วงหน้า แต่ระดับที่ตั้งเป็นแค่จุดกระตุ้น ราคาที่ปิดได้จริงอาจแย่กว่านั้น
คู่มือ MetaTrader 5 เขียนไว้ว่าเมื่อราคาแตะระดับ Stop Loss สถานะจะถูกปิดทั้งก้อน ไม่ใช่ปิดบางส่วน และคำสั่งนี้ไม่ได้อยู่ลอยๆ ต้องผูกกับสถานะหรือ pending order เสมอ (MT5 Help, General Concepts) ในทางปฏิบัติ หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า SL
Take Profit คือคำสั่งปิดสถานะเมื่อราคาไปถึงเป้ากำไรที่ตั้งไว้ กติกาเหมือน Stop Loss แทบทุกข้อ ผูกกับสถานะหรือ pending order และปิดทั้งสถานะเมื่อทำงาน ต่างกันแค่ทิศทาง ถ้าถามว่า TP คืออะไร คำตอบสั้นที่สุดคือจุดออกฝั่งกำไรที่ตัดสินใจไว้ก่อนเข้าเทรด
ข้อที่คนมักลืมคือ Take Profit ปิดทั้งสถานะ ถ้าอยากทยอยปิดครึ่งหนึ่งที่เป้าแรกแล้วถือส่วนที่เหลือต่อ ต้องปิดบางส่วนเอง หรือแบ่งเป็นหลายสถานะตั้งแต่แรก
ราคา Forex มีสองฝั่งเสมอ Bid คือราคาที่ขายได้ Ask คือราคาที่ซื้อได้ ส่วนต่างระหว่างสองราคาคือสเปรด คู่มือ MT5 ระบุว่าการซื้อเกิดที่ราคา Ask และการขายเกิดที่ราคา Bid (MT5 Help, General Concepts) กติกานี้กำหนดว่า SL และ TP จะทำงานเมื่อไหร่
สถานะ Buy ปิดด้วยการขาย ดังนั้นแพลตฟอร์มจึงดูราคา Bid เพื่อตัดสินว่าแตะ SL หรือ TP แล้วหรือยัง SL ต้องอยู่ต่ำกว่า Bid ปัจจุบัน TP ต้องอยู่สูงกว่า Bid ปัจจุบัน
สถานะ Sell ปิดด้วยการซื้อ แพลตฟอร์มจึงดูราคา Ask แทน SL อยู่เหนือ Ask ปัจจุบัน TP อยู่ใต้ Ask ปัจจุบัน
จุดที่ทำให้งงคือกราฟ คู่มือ MT5 ระบุว่ากราฟสร้างจากราคา Bid (MT5 Help, Charts) ผู้เทรดฝั่ง Sell จึงอาจเห็นเส้นราคาบนกราฟยังไม่ถึง Stop Loss แต่สถานะกลับถูกปิดไปแล้ว เพราะ Ask ซึ่งสูงกว่า Bid เท่ากับสเปรดแตะระดับก่อน ช่วงที่สเปรดถ่างออก เช่นตอนข่าวแรงหรือช่วงตลาดบาง โอกาสแบบนี้ยิ่งมากขึ้น
ลองดูตัวอย่างสมมติ (ตัวเลขประกอบการอธิบาย ไม่ใช่ข้อมูลจริง) ผู้เทรด Sell GBP/USD และวาง Stop Loss ไว้ที่ 1.27200 ช่วงปกติสเปรดราว 1.5 pips พอมีข่าวออก สเปรดถ่างเป็น 6 pips ราคาบนกราฟ (Bid) อยู่ที่ 1.27150 ยังห่าง SL อีก 5 pips แต่ Ask อยู่ที่ 1.27210 ซึ่งเลยระดับไปแล้ว สถานะจึงถูกปิด ทั้งที่ถ้าดูแต่กราฟจะดูเหมือนราคายังไม่เคยแตะ Stop Loss เลย
| สถานะ Buy | สถานะ Sell | |
|---|---|---|
| เปิดสถานะที่ราคา | Ask | Bid |
| แพลตฟอร์มเช็ค SL/TP ด้วยราคา | Bid | Ask |
| ตำแหน่ง Stop Loss | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน | สูงกว่าราคาปัจจุบัน |
| ตำแหน่ง Take Profit | สูงกว่าราคาปัจจุบัน | ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน |
| สิ่งที่เห็นบนกราฟ (กราฟ Bid) | ตรงกับราคาที่ใช้ตัดสิน | ต่างจากราคาที่ใช้ตัดสินเท่ากับสเปรด |
ที่มา: MT5 Help, General Concepts และ MT5 Help, Charts
อีกกรณีที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง คู่มือ MT5 บอกว่าถ้าตอนที่ SL หรือ TP ทำงาน คำสั่งปิดถูกปฏิเสธหรือทำไม่ได้ คำสั่งนั้นจะไม่ถูกลบทิ้ง แต่จะทำงานอีกครั้งที่ tick ถัดไปที่ราคายังเข้าเงื่อนไข (MT5 Help, General Concepts) แปลว่าสถานะอาจปิดช้ากว่าจังหวะที่ราคาแตะระดับครั้งแรก และราคาที่ได้ก็อาจเปลี่ยนไปแล้ว
ส่วนตลาดอื่นนอก Forex ก็ใช้ราคาต่างกันในการตัดสินว่าราคาแตะ stop แล้ว คู่มือนักลงทุนของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ระบุว่าบางตลาดใช้ราคาซื้อขายล่าสุด บางตลาดใช้ราคาเสนอซื้อเสนอขาย และแนะนำให้ถามผู้ให้บริการว่าใช้มาตรฐานไหน (SEC Investor Bulletin) MT5 เองก็เขียนว่าสินทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มักใช้ราคา Last ตามกฎของตลาดนั้น
หลายคนคิดว่าตั้ง Stop Loss แล้วมันจะอยู่ตรงนั้นจนกว่าจะแก้เอง ส่วนใหญ่ก็ใช่ แต่คู่มือ MT5 มีกติกาสืบทอด SL/TP ที่ควรรู้ (MT5 Help, General Concepts)
ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่ควรระวังที่สุด บัญชีแบบ netting รวมทุกคำสั่งในคู่เงินเดียวกันเป็นสถานะเดียว ถ้าเปิดเพิ่มโดยไม่ได้ใส่ SL ในคำสั่งใหม่ ระดับเดิมอาจหายไปโดยไม่รู้ตัว (คู่มือบอกว่าแพลตฟอร์มจะเติมค่า SL/TP เดิมให้ในหน้าต่างส่งคำสั่งเพื่อกันพลาด แต่การเปิดแบบ one click จะไม่แตะค่าเดิม) บัญชีแบบ hedging แยกแต่ละสถานะออกจากกัน ปัญหานี้จึงไม่เกิดแบบเดียวกัน
ส่วน pending order ที่ตั้ง SL/TP ไว้ เมื่อถูกเปิดเป็นสถานะ สถานะนั้นจะรับ SL/TP ตามที่ระบุในคำสั่ง (MT5 Help, Performing Deals)
พอตั้ง Stop Loss และ Take Profit ครบ ไม้นั้นจะมีตัวเลขสองตัวทันที คือระยะที่ยอมเสีย และระยะที่หวังได้ Risk:Reward (RR) คืออัตราส่วนของสองระยะนี้ ไม่ได้บอกว่าไม้ไหนจะชนะ แต่บอกว่าถ้าชนะ จะได้กี่เท่าของที่เสียเมื่อแพ้
RR = ระยะจากราคาเข้าถึง Take Profit ÷ ระยะจากราคาเข้าถึง Stop Loss
ตัวอย่างสมมติ (ไม่ใช่ข้อมูลจริง และไม่คิดสเปรด) ผู้เทรด Buy GBP/USD ที่ 1.27000 ตั้ง Stop Loss ที่ 1.26750 ห่าง 25 pips และตั้ง Take Profit ที่ 1.27500 ห่าง 50 pips ไม้นี้มี RR 1:2 คือเสี่ยง 1 ส่วนเพื่อโอกาสได้ 2 ส่วน
ถ้าคิดสเปรดด้วย ภาพจะเปลี่ยนนิดหนึ่ง สมมติสเปรด 2 pips ผู้เทรดซื้อที่ Ask 1.27000 ขณะที่ Bid อยู่ 1.26980 เพราะ SL และ TP ของฝั่ง Buy ดูราคา Bid ราคา Bid จึงต้องขึ้นไป 52 pips ถึงจะแตะ Take Profit แต่ลงแค่ 23 pips ก็แตะ Stop Loss แล้ว ผลกำไรขาดทุนเมื่อปิดยังเป็น 50 กับ 25 pips เท่าเดิม แต่โอกาสที่ราคาจะไปถึงแต่ละจุดไม่เท่ากับที่เห็นบนกราฟ สเปรดยิ่งกว้างเมื่อเทียบกับระยะ SL ผลข้อนี้ยิ่งชัด
ตรงนี้คือเหตุผลที่ RR สำคัญกว่าที่เห็น ถ้าทุกไม้ใช้ RR เท่ากัน จะมีอัตราชนะขั้นต่ำที่ทำให้ไม่ขาดทุน คำนวณจากสูตร
อัตราชนะที่เท่าทุน = 1 ÷ (1 + R)
ที่มาของสูตรคือ ถ้าชนะ W ไม้จากทั้งหมด ได้ W × R ส่วน และเสีย (1 − W) × 1 ส่วน จุดเท่าทุนคือสองค่านี้เท่ากัน
| RR ต่อไม้ | ได้เมื่อชนะ (เท่าของที่เสีย) | อัตราชนะขั้นต่ำที่เท่าทุน (ก่อนหักต้นทุน) |
|---|---|---|
| 1:1 | 1 เท่า | 50% |
| 1:1.5 | 1.5 เท่า | 40% |
| 1:2 | 2 เท่า | 33.3% |
| 1:3 | 3 เท่า | 25% |
ตัวเลขในตารางคำนวณจากสูตรข้างบน ยังไม่รวมสเปรด commission และ swap ซึ่งทำให้อัตราชนะที่ต้องได้จริงสูงขึ้นอีก
อ่านตารางนี้แล้วอย่าเพิ่งสรุปว่า RR สูงไว้ก่อนดีกว่า Take Profit ที่ไกลขึ้นก็มีโอกาสถูกแตะน้อยลง อัตราชนะจริงจึงมักลดลงตาม ไม่มีอัตราส่วนไหนที่ใช้ได้กับทุกแผน สิ่งที่ตารางช่วยได้คือใช้เช็คว่าแผนที่มีอยู่สมเหตุสมผลไหม เช่น ถ้าตั้ง RR 1:1 แต่ประวัติการเทรดชนะไม่ถึงครึ่ง ตัวเลขก็บอกอยู่แล้วว่าระยะยาวขาดทุน
คำถามว่าตั้ง SL TP ยังไง ไม่มีตัวเลขสำเร็จรูป ระดับที่เหมาะกับคนหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกคน เพราะกรอบเวลา สินทรัพย์ และเงินที่รับขาดทุนได้ต่างกัน ส่วนนี้จึงพูดถึงลำดับคิดและที่มาของระดับ ไม่ใช่ค่าที่ควรใช้
ลำดับที่คนส่วนมากทำคือเลือก lot ก่อน แล้วค่อยหาที่วาง Stop Loss ให้ขาดทุนไม่เกินที่ใจรับได้ ผลคือ SL มักถูกบีบให้แคบเกินโครงสร้างราคา ลำดับที่กลับกันทำงานแบบนี้
ตัวอย่างสมมติต่อจากข้างบน SL ห่าง 25 pips และผู้เทรดตั้งใจเสียไม่เกิน 50 ดอลลาร์ สำหรับ GBP/USD ที่ quote เป็นดอลลาร์ 1 standard lot คือ 100,000 หน่วย ขยับ 1 pip (0.0001) เท่ากับ 10 ดอลลาร์ ระยะ 25 pips จึงเท่ากับ 250 ดอลลาร์ต่อ lot ขนาดที่สอดคล้องคือ 50 ÷ 250 = 0.2 lot ถ้า SL ต้องกว้างขึ้นตามโครงสร้างราคา ขนาดสถานะต้องเล็กลง ไม่ใช่ย้าย SL ให้แคบลง
แต่ละแบบมีข้อแลกเปลี่ยนต่างกัน และหลายคนใช้หลายแบบรวมกัน รายละเอียดเทคนิควาง Stop Loss อย่างแนวรับแนวต้าน เส้นค่าเฉลี่ย ATR และ Fibonacci อ่านต่อได้ที่ เทคนิควิธีตั้ง Stop Loss
ข้อจำกัดอีกข้อคือระยะขั้นต่ำ แต่ละสินทรัพย์มีเงื่อนไขว่า SL/TP ต้องห่างจากราคาปัจจุบันอย่างน้อยเท่าไหร่ ซึ่งโบรกเกอร์เป็นผู้กำหนดใน contract specification ถ้าตั้งใกล้เกิน บน MT5 ปุ่ม Modify จะกดไม่ได้จนกว่าจะแก้ค่าให้ถูก (MT5 Help, Performing Deals)
Stop Loss คือเครื่องมือจำกัดขาดทุน ไม่ใช่เครื่องมือล็อกราคา ข้อนี้ต้องแยกให้ออก
ทั้งสี่ชื่อมีคำว่า stop หรือเกี่ยวกับจุดออก แต่หน้าที่ต่างกัน ตารางนี้สรุปความต่างหลัก
| คำสั่ง | ใช้ทำอะไร | ระดับขยับเองไหม | ทำงานที่ไหน (MT5) | เมื่อราคาแตะระดับ |
|---|---|---|---|---|
| Stop Loss | จำกัดขาดทุนของสถานะ | ไม่ขยับ | บนเซิร์ฟเวอร์ | ปิดทั้งสถานะที่ราคาตลาด อาจคลาดจากระดับ |
| Take Profit | ปิดเมื่อถึงเป้ากำไร | ไม่ขยับ | บนเซิร์ฟเวอร์ | ปิดทั้งสถานะ |
| Trailing Stop | เลื่อน Stop Loss ตามราคาที่กำไร | ขยับทางเดียวตามราคา | ในแพลตฟอร์มของผู้เทรด | Stop Loss ระดับล่าสุดปิดสถานะ |
| Stop-Limit | เปิดสถานะเมื่อราคาผ่านจุด stop โดยคุมราคา | ไม่ขยับ | เป็น pending order ประเภทหนึ่ง | วาง limit order ที่ราคาที่กำหนด อาจไม่ได้ fill ถ้าราคาวิ่งผ่าน |
ที่มา: MT5 Help, General Concepts และ SEC Investor Bulletin
Trailing Stop ทำงานอยู่ในแพลตฟอร์ม ถ้าปิดโปรแกรมจะหยุดเลื่อน รายละเอียดอยู่ใน Trailing Stop คืออะไร ตั้งยังไง ต่างจาก Stop Loss ยังไง ส่วน Stop และ Stop-Limit ในฐานะคำสั่งเปิดสถานะ เทียบกับ Market และ Limit order อยู่ใน Order Forex มีกี่ประเภท Market Limit Stop ต่างกันยังไง
ข้อควรทราบ: การเทรด Forex ยังไม่มีใบอนุญาตหรือการกำกับดูแลจากหน่วยงานใดในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีนโยบายออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Forex ให้กับรายย่อย (อ้างอิง ไทยพีบีเอส) และสำนักงาน ก.ล.ต. เองก็ยืนยันว่าธุรกิจ Forex ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. แต่อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินแทน (อ้างอิง The Standard)
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล และไม่มีการการันตีผลตอบแทนใดๆ ผู้เทรดควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ
SL ย่อมาจาก Stop Loss คือจุดตัดขาดทุน TP ย่อมาจาก Take Profit คือจุดปิดทำกำไร บนแพลตฟอร์มเทรดทั้งสองช่องอยู่ในหน้าต่างส่งคำสั่งเดียวกัน และเมื่อตั้งไว้แล้วจะแสดงเป็นเส้นระดับบนกราฟ ถ้าใส่ค่าเป็นศูนย์หรือเว้นว่าง แปลว่าไม่ได้ตั้งระดับนั้น
บน MT5 ยังทำงาน คู่มือระบุว่า Stop Loss และ Take Profit อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ จึงยังมีผลแม้ปิดแพลตฟอร์ม ต่างจาก Trailing Stop ที่ทำงานในแพลตฟอร์มของผู้เทรดและหยุดเลื่อนเมื่อปิดโปรแกรม (MT5 Help, General Concepts) แพลตฟอร์มอื่นอาจออกแบบต่างไป ควรเช็คคู่มือของแพลตฟอร์มที่ใช้
ไม่มีกฎบังคับ แพลตฟอร์มเปิดสถานะได้โดยไม่ใส่ SL แต่ไม้ที่ไม่มี Stop Loss หมายความว่าขาดทุนสูงสุดของไม้นั้นไม่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ขึ้นอยู่กับว่าราคาจะไปไกลแค่ไหนก่อนที่ผู้เทรดจะตัดสินใจปิดเอง หรือก่อนที่ margin จะไม่พอ
ได้ บน MT5 ใส่ทั้งสองค่าในหน้าต่างส่งคำสั่งได้เลย ทั้ง market order และ pending order และเมื่อ pending order ถูกเปิดเป็นสถานะ สถานะนั้นจะรับ SL/TP ที่ระบุไว้ (MT5 Help, Performing Deals)
ได้ บน MT5 คลิกขวาที่สถานะในแท็บ Trade แล้วเลือก Modify or delete หรือลากเส้นระดับบนกราฟ ตราบใดที่ระดับใหม่ยังห่างจากราคาปัจจุบันเกินระยะขั้นต่ำที่โบรกเกอร์กำหนด ภาพหน้าจอทีละขั้นอยู่ในคู่มือ MT5 Help, Performing Deals
ได้ Stop Loss เป็นจุดกระตุ้นให้ปิดสถานะ ไม่ใช่ราคาที่รับประกันว่าจะได้ ถ้าราคาถัดไปที่มีในตลาดอยู่เลยระดับไปแล้ว เช่นตอนเปิดตลาดต้นสัปดาห์หรือตอนข่าวแรง สถานะจะถูกปิดที่ราคานั้น ซึ่งขาดทุนมากกว่าที่คำนวณไว้
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ดีสำหรับทุกคน RR ต้องดูคู่กับอัตราชนะของแผน RR 1:3 ที่ชนะ 20% ยังขาดทุน ขณะที่ RR 1:1 ที่ชนะ 60% ยังมีกำไรก่อนหักต้นทุน ใช้สูตร 1 ÷ (1 + R) เช็คว่าแผนที่ใช้อยู่ต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเท่าทุน
สำหรับ Forex บน MT5 ยังอยู่ คู่มือระบุว่าเมื่อสถานะถูกยกไปวันถัดไปในตลาด OTC ระดับ SL และ TP ไม่เปลี่ยน ต่างจากสินทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ที่ระดับจะถูกรีเซ็ต (MT5 Help, General Concepts)
TrustFinance
TrustFinance helps financial companies build credibility and traders make safer choices through verified profiles, authentic reviews, and research-driven insights.