Loading

ใหม่
TH
ชุมชน
TrustFinance ไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับอนุญาต และไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินใด ๆ ในภูมิภาคของคุณ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
บทความที่เกี่ยวข้อง

11 ก.ย. 2026
Spread คืออะไร ต่างจาก Commission ยังไง

11 ก.ย. 2026
Margin Call คืออะไร โดนเรียกตอนไหน ป้องกันยังไง

10 ก.ย. 2026
เลเวอเรจ (Leverage) forex คืออะไร เสี่ยงแค่ไหน

09 ก.ย. 2026
สเปรดทองคำคืออะไร ทำไมกว้างกว่าสเปรด Forex

03 ก.ย. 2026
เทรด Forex เสียภาษีไหม เช็คเงื่อนไขและวิธีคำนวณ
TrustFinance
ก.ย. 14, 2026
4 min read
0

ทุกครั้งที่กดซื้อหรือขายในแพลตฟอร์มเทรด สิ่งที่ทำอยู่จริงๆ คือการส่ง "order" หรือคำสั่งซื้อขายเข้าไปในระบบ หลายคนใช้แค่ปุ่ม Buy กับ Sell ตลอดโดยไม่รู้ว่ามีคำสั่งอีกหลายแบบที่ควบคุมราคาได้แม่นยำกว่า และแต่ละแบบก็มีความเสี่ยงคนละรูปแบบกัน
บทความนี้อธิบายว่า order แต่ละประเภท ได้แก่ Market Order, Limit Order, Stop Order และ Stop-Limit Order ทำงานต่างกันยังไง พร้อมตารางเปรียบเทียบและตัวอย่างการใช้งานสำหรับมือใหม่
Order คือคำสั่งที่บอกระบบเทรดว่าต้องการซื้อหรือขายที่ราคาเท่าไหร่ และภายใต้เงื่อนไขแบบไหน แต่ละประเภทของ order ต่างกันหลักๆ ที่สองเรื่อง คือความแน่นอนของราคาที่จะได้รับ และความแน่นอนว่าคำสั่งจะถูก execute จริงหรือไม่ ยิ่งต้องการราคาที่แน่นอน โอกาสที่คำสั่งจะไม่ถูก execute ก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย นี่คือ trade-off หลักที่อยู่เบื้องหลังการเลือกใช้ order แต่ละแบบ
Market Order คือคำสั่งซื้อหรือขายทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบัน ระบบจะจับคู่คำสั่งกับราคาที่มีอยู่ในตลาด ณ ขณะนั้นโดยไม่รอเงื่อนไขใดๆ เพิ่มเติม
สมมติราคาคู่เงินหลักอยู่ที่ 35.20 บาทต่อดอลลาร์ และส่ง Market Order ซื้อทันที คำสั่งจะถูก execute เกือบจะทันทีที่ราคาใกล้เคียง 35.20 มากที่สุดที่ระบบหาได้ในเสี้ยววินาทีนั้น
จุดที่ต้องรู้คือ Market Order ไม่ได้การันตีว่าจะได้ราคาตรงเป๊ะกับที่เห็นบนหน้าจอตอนกดคำสั่ง ในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวเร็ว เช่น ช่วงข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ราคาอาจขยับไปแล้วก่อนที่คำสั่งจะไปถึงระบบจริง ส่วนต่างระหว่างราคาที่ตั้งใจกับราคาที่ได้จริงนี้เรียกว่า slippage เป็นความเสี่ยงเฉพาะของ Market Order ที่คำสั่งประเภทอื่นไม่ต้องเจอในรูปแบบเดียวกัน เพราะ Market Order เลือก "ความแน่นอนว่าจะ execute" มาก่อน "ความแน่นอนของราคา"
Limit Order คือคำสั่งที่ระบุราคาที่ต้องการไว้ล่วงหน้า ระบบจะรอจนกว่าราคาตลาดไปถึงระดับที่กำหนดหรือดีกว่าเท่านั้นถึงจะ execute ต่างจาก Market Order ที่ execute ทันทีโดยไม่สนราคา
Buy Limit คือคำสั่งซื้อที่ตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะย่อลงมาก่อนแล้วค่อยเด้งกลับขึ้น สมมติราคาปัจจุบันอยู่ที่ 35.20 บาท ตั้ง Buy Limit ไว้ที่ 35.00 บาท คำสั่งจะรอเงียบๆ จนกว่าราคาจะร่วงลงมาแตะ 35.00 บาทถึงจะเปิดสถานะซื้อ
Sell Limit คือคำสั่งขายที่ตั้งราคาสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้นไปถึงจุดหนึ่งก่อนแล้วค่อยกลับตัวลง สมมติราคาปัจจุบัน 35.20 บาท ตั้ง Sell Limit ไว้ที่ 35.40 บาท คำสั่งจะรอจนกว่าราคาจะขึ้นไปแตะ 35.40 บาทถึงจะเปิดสถานะขาย
ข้อดีของ Limit Order คือควบคุมราคาที่จะได้แน่นอน ไม่มี slippage แบบ Market Order เพราะจะ execute ที่ราคาที่ตั้งไว้หรือดีกว่าเท่านั้น ข้อเสียคือถ้าราคาไม่ไปถึงระดับที่ตั้งไว้ คำสั่งจะไม่ถูก execute เลย พลาดโอกาสไปทั้งที่ราคาขยับในทิศทางที่คาดไว้จริง
Stop Order คือคำสั่งที่จะยังไม่ทำงานจนกว่าราคาจะเคลื่อนไหวมาถึงระดับที่กำหนดไว้ (stop price) เมื่อราคาไปถึงจุดนั้น คำสั่งจะเปลี่ยนสถานะเป็น Market Order ทันทีและ execute ที่ราคาตลาด ณ ตอนนั้น
Buy Stop คือคำสั่งซื้อที่ตั้งราคาสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เมื่อเชื่อว่าถ้าราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปได้ แนวโน้มจะไปต่อ สมมติราคาปัจจุบัน 35.20 บาท ตั้ง Buy Stop ไว้ที่ 35.40 บาท ถ้าราคาขึ้นไปแตะ 35.40 บาทจริง คำสั่งจะเปิดสถานะซื้อทันทีตามการทะลุแนวต้าน
Sell Stop คือคำสั่งขายที่ตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เมื่อเชื่อว่าถ้าราคาทะลุแนวรับลงไปได้ แนวโน้มขาลงจะไปต่อ สมมติราคาปัจจุบัน 35.20 บาท ตั้ง Sell Stop ไว้ที่ 35.00 บาท ถ้าราคาร่วงลงไปแตะ 35.00 บาทจริง คำสั่งจะเปิดสถานะขายทันทีตามการทะลุแนวรับ
จุดที่ต้องระวังคือ เมื่อ Stop Order ถูกกระตุ้นแล้ว มันจะกลายเป็น Market Order ทันที ซึ่งหมายความว่ามีความเสี่ยง slippage แบบเดียวกับ Market Order โดยเฉพาะช่วงที่ราคาทะลุแนวต้านหรือแนวรับแบบรุนแรง
Stop-Limit Order คือคำสั่งที่ผสมสองกลไกเข้าด้วยกัน คือมี stop price เป็นจุดกระตุ้นเหมือน Stop Order ธรรมดา แต่แทนที่จะเปลี่ยนเป็น Market Order เมื่อถูกกระตุ้น มันจะเปลี่ยนเป็น Limit Order แทน โดยมีราคาสูงสุดหรือต่ำสุดที่ยอมรับได้กำกับไว้อีกชั้นหนึ่ง
ความต่างสำคัญคือ Stop Order ธรรมดาการันตีว่าจะ execute แน่นอนเมื่อถึง stop price แต่ไม่การันตีราคา ส่วน Stop-Limit Order การันตีเพดานราคาที่ยอมรับได้ แต่ไม่การันตีว่าจะ execute เสมอไป เพราะถ้าราคาทะลุ stop price ไปเร็วจนเลยเพดาน limit ที่ตั้งไว้ คำสั่งจะไม่ execute เลย เหมือนกับ Limit Order ทั่วไปที่ราคาไม่มาถึง
| ประเภทคำสั่ง | ราคาที่ได้แน่นอนแค่ไหน | เสี่ยง Slippage หรือไม่ | เสี่ยงไม่ Execute หรือไม่ | เหมาะกับสถานการณ์ไหน |
|---|---|---|---|---|
| Market Order | ไม่แน่นอน (ได้ราคาใกล้เคียง ณ ขณะนั้น) | เสี่ยง โดยเฉพาะช่วงข่าวแรง | แทบไม่เสี่ยง execute แทบทันที | ต้องการเข้า/ออกทันที ไม่รอราคา |
| Limit Order | แน่นอน (ที่ราคาตั้งหรือดีกว่า) | แทบไม่เสี่ยง | เสี่ยง ถ้าราคาไม่มาถึงจุดที่ตั้ง | ต้องการควบคุมราคาเข้า รอจังหวะย่อ/เด้ง |
| Stop Order | ไม่แน่นอน (กลายเป็น Market เมื่อถูกกระตุ้น) | เสี่ยง หลังถูกกระตุ้น | แทบไม่เสี่ยง เมื่อถึง stop price แล้ว | เทรดตามการทะลุแนวรับ/แนวต้าน |
| Stop-Limit Order | แน่นอน (มีเพดานราคากำกับ) | แทบไม่เสี่ยง | เสี่ยง ถ้าราคาทะลุเพดานไปเร็วเกิน | ต้องการทั้งเทรดตามการทะลุแนวรับ/แนวต้าน และคุมเพดานราคา |
ไม่มีคำตอบตายตัวว่า order ประเภทไหนดีที่สุด เพราะแต่ละแบบตอบโจทย์คนละสถานการณ์ หลักคิดกว้างๆ คือถามตัวเองก่อนว่ากำลังต้องการอะไรมากกว่ากันระหว่างความแน่นอนของราคา กับความแน่นอนว่าจะได้เข้า/ออกตลาดทันที
จุดที่มักถูกมองข้ามคือ ค่า default ของ order type, ระดับ slippage tolerance ที่ยอมรับได้ และพฤติกรรมการ execute จริงในช่วงตลาดผันผวน ไม่ได้เหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม บางแพลตฟอร์มตั้งค่า slippage tolerance ไว้กว้างโดยไม่แจ้งชัดเจน ทำให้ Market Order ในช่วงข่าวแรงได้ราคาที่ต่างจากที่คาดไว้มากกว่าที่ควรจะเป็น ก่อนเริ่มใช้เงินจริงจึงควรตรวจสอบเงื่อนไขการ execute order ของแพลตฟอร์มที่จะใช้ให้ชัดเจน ขั้นตอนตรวจสอบความโปร่งใสของโบรกเกอร์อยู่ใน เช็คโบรกเกอร์ Forex น่าเชื่อถือไหม 7 ขั้นตอนก่อนฝากเงิน
ข้อควรทราบ: การเทรด Forex ยังไม่มีใบอนุญาตหรือการกำกับดูแลจากหน่วยงานใดในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีนโยบายออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Forex ให้กับรายย่อย (อ้างอิง ไทยพีบีเอส) และสำนักงาน ก.ล.ต. เองก็ยืนยันว่าธุรกิจ Forex ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. แต่อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินแทน (อ้างอิง The Standard)
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล และไม่มีการการันตีผลตอบแทนใดๆ ผู้เทรดควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ
Market Order กับ Limit Order ต่างกันยังไง
Market Order execute ทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบันโดยไม่รอเงื่อนไข ส่วน Limit Order รอจนกว่าราคาจะไปถึงระดับที่ตั้งไว้หรือดีกว่าก่อนถึงจะ execute Market Order ได้ความแน่นอนว่าจะเข้าตลาดทันที ส่วน Limit Order ได้ความแน่นอนของราคาแต่แลกกับความเสี่ยงที่ราคาอาจไม่มาถึง
Buy Limit กับ Buy Stop ต่างกันยังไง
Buy Limit ตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ใช้รอราคาย่อลงมาก่อนเข้าซื้อ ส่วน Buy Stop ตั้งราคาสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เข้าซื้อตามการทะลุแนวต้านขึ้นไป ทั้งสองเป็นคำสั่งซื้อเหมือนกันแต่ตั้งอยู่คนละฝั่งของราคาปัจจุบันและตอบโจทย์คนละกลยุทธ์
Stop-Limit Order คืออะไร
Stop-Limit Order คือคำสั่งที่ผสม Stop Order กับ Limit Order เข้าด้วยกัน มี stop price เป็นจุดกระตุ้น แต่เมื่อถูกกระตุ้นแล้วจะกลายเป็น Limit Order แทนที่จะเป็น Market Order ทำให้ควบคุมเพดานราคาได้ แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่คำสั่งอาจไม่ execute ถ้าราคาทะลุเพดานไปเร็วเกิน
ควรใช้ order แบบไหนตอนข่าวแรง
ช่วงข่าวแรงราคามักขยับเร็วและกระโดดเป็นช่วงๆ Market Order มีความเสี่ยง slippage สูงขึ้นมากในช่วงนี้ ผู้ที่กังวลเรื่องราคาที่ได้มักเลือกใช้ Limit Order หรือ Stop-Limit Order เพื่อคุมเพดานราคาไว้ล่วงหน้า แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงว่าคำสั่งอาจไม่ execute ถ้าราคาทะลุเพดานไปเร็วกว่าที่คาด ไม่มีตัวเลือกไหนขจัดความเสี่ยงได้หมด มีแต่เลือกว่าจะรับความเสี่ยงแบบไหน
Order แต่ละประเภทไม่ได้มีแบบไหนดีกว่าแบบไหนโดยเด็ดขาด สิ่งที่ต่างกันคือ Market Order ให้ความแน่นอนว่าจะ execute ทันทีแต่แลกมาด้วยความเสี่ยง slippage ส่วน Limit และ Stop-Limit Order ให้ความแน่นอนของราคาแต่แลกมาด้วยความเสี่ยงที่อาจไม่ execute เลย การเลือกใช้ที่เหมาะสมขึ้นกับว่ากำลังต้องการควบคุมอะไรมากกว่ากันในสถานการณ์นั้น
การเข้าใจกลไกของ order ยังต้องมองควบคู่กับต้นทุนและความเสี่ยงอื่นที่เกี่ยวข้องกันในการเปิดสถานะ เช่น การใช้เลเวอเรจที่กระทบขนาด margin ที่ต้องใช้ (เลเวอเรจ (Leverage) forex คืออะไร เสี่ยงแค่ไหน) และความสัมพันธ์ระหว่าง margin กับความเสี่ยงถูกบังคับปิดสถานะ (Margin Call คืออะไร โดนเรียกตอนไหน ป้องกันยังไง) ซึ่งเป็นกลไกที่ทำงานร่วมกันทุกครั้งที่ส่งคำสั่งเข้าตลาดจริง
TrustFinance
TrustFinance helps financial companies build credibility and traders make safer choices through verified profiles, authentic reviews, and research-driven insights.