TrustFinance เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และแม่นยำที่คุณสามารถพึ่งพาได้ หากคุณกำลังมองหาข้อมูลธุรกิจการเงิน ที่นี่คือสถานที่สำหรับคุณ แหล่งข้อมูลธุรกิจการเงินครบวงจร ความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

Thanakit Sutto
Nov 03, 2025
4 min read
408

ในยุคที่การลงทุนทองคำมีทางเลือกหลากหลาย Gold ETF กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนรุ่นใหม่ เพราะตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสะดวก สภาพคล่องสูง และต้นทุนต่ำ
หากคุณกำลังตัดสินใจระหว่างการลงทุนทองคำรูปแบบต่างๆ อย่าลืมอ่านบทความ การลงทุนทองคำ ปี2026 เปรียบเทียบ 5 วิธีทำกำไรพร้อมผลตอบแทนจริง เพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือกอย่างละเอียด วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก Gold ETF ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ว่ามันคืออะไร ทำงานอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง
Gold ETF ย่อมาจาก Gold Exchange Traded Fund หรือกองทุนอีทีเอฟทองคำ เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่ลงทุนในทองคำ แต่มีความพิเศษตรงที่สามารถซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้นทั่วไป ทำให้มีสภาพคล่องสูงและซื้อขายได้แบบ Real-time ตามราคาตลาด
Gold ETF จะนำเงินที่ได้จากนักลงทุนไปซื้อทองคำแท่งเก็บไว้ในคลังสินค้าที่ปลอดภัย หรือลงทุนในตราสารอนุพันธ์ที่อิงกับราคาทองคำ โดยมีเป้าหมายให้ราคาของ ETF เคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลก นักลงทุนจะได้รับหน่วยลงทุนที่แสดงสิทธิในทองคำ โดยไม่ต้องถือครองทองคำจริง
ความแตกต่างสำคัญระหว่าง Gold ETF กับกองทุนรวมทองคำทั่วไปคือ Gold ETF ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ มีราคาที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่ตลาดเปิด และมีกลไก Market Maker ที่ช่วยให้ราคาซื้อขายใกล้เคียงกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ขณะที่กองทุนรวมทั่วไปซื้อขายผ่านบริษัทจัดการกองทุน โดยใช้ราคา NAV สิ้นวันเป็นราคาซื้อขาย
กลไกการทำงานของ Gold ETF มีความซับซ้อนแต่น่าสนใจ เมื่อมีความต้องการซื้อ ETF เพิ่มขึ้น ผู้ร่วมค้าหน่วยลงทุน (Authorized Participant) จะนำเงินสดหรือทองคำไปแลกกับหน่วยลงทุน ETF ใหม่จากกองทุน กระบวนการนี้เรียกว่า Creation ในทางกลับกัน เมื่อมีการขายมาก จะเกิดกระบวนการ Redemption คือการแลกหน่วย ETF คืนเป็นเงินสดหรือทองคำ
กลไกนี้ทำให้จำนวนหน่วย ETF ในตลาดปรับตัวตามอุปสงค์และอุปทาน ช่วยให้ราคาซื้อขายไม่ห่างจากมูลค่าที่แท้จริงมากนัก นอกจากนี้ยังมี Market Maker ที่คอยเสนอซื้อเสนอขายตลอดเวลา สร้างสภาพคล่องให้กับตลาด
Gold ETF ส่วนใหญ่จะติดตามดัชนีราคาทองคำ เช่น London Gold Price หรือ LBMA Gold Price โดยพยายามให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำมากที่สุด หักค่าธรรมเนียมการจัดการ
Gold ETF มีหลายประเภทตามลักษณะการลงทุน ได้แก่
Physical Gold ETF คือ ETF ที่ลงทุนในทองคำแท่งจริงๆ เก็บไว้ในคลังสินค้าที่ได้มาตรฐาน มีการตรวจสอบและรายงานปริมาณทองคำอย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนมั่นใจได้ว่ามีทองคำรองรับจริง ตัวอย่างที่มีชื่อเสียง เช่น SPDR Gold Trust (GLD) ซึ่งเป็น Gold ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Synthetic Gold ETF ใช้ตราสารอนุพันธ์ เช่น Gold Futures หรือ Swap เพื่อจำลองผลตอบแทนของทองคำ โดยไม่ได้ถือทองคำจริง มีต้นทุนต่ำกว่าแต่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา
Gold Mining ETF ลงทุนในหุ้นบริษัทเหมืองทองคำ ไม่ใช่ทองคำโดยตรง ผลตอบแทนจึงขึ้นอยู่กับทั้งราคาทองและผลประกอบการของบริษัท มีความผันผวนสูงกว่าราคาทองคำ
Leveraged Gold ETF ใช้กลยุทธ์เพิ่มผลตอบแทนเป็น 2-3 เท่าของการเคลื่อนไหวราคาทองคำ เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้น มีความเสี่ยงสูงมาก
การลงทุนใน Gold ETF มีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยม
สภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ทันทีในเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการ ไม่ต้องรอราคาปิดเหมือนกองทุนรวมทั่วไป และไม่ต้องหาผู้ซื้อเหมือนทองคำแท่ง ราคาโปร่งใสเพราะเห็นได้แบบ Real-time
ต้นทุนต่ำ ค่าธรรมเนียมการจัดการของ Gold ETF มักต่ำกว่ากองทุนรวมทองคำทั่วไป อยู่ที่ประมาณ 0.25-0.5% ต่อปี ไม่มีค่านายหน้าซื้อขายกองทุน แต่มีค่านายหน้าซื้อขายหุ้นซึ่งถูกกว่า
ลงทุนได้ตั้งแต่จำนวนน้อย สามารถซื้อได้ตั้งแต่ 1 หน่วย ซึ่งมีมูลค่าไม่มาก ทำให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องมีเงินก้อนใหญ่เหมือนการซื้อทองคำแท่ง
ไม่ต้องเก็บรักษา ไม่มีความเสี่ยงจากการถูกขโมยหรือสูญหาย ไม่ต้องเสียค่าตู้นิรภัยหรือประกันภัย ทองคำจริงถูกเก็บโดยผู้ดูแลทรัพย์สินมืออาชีพ
กระจายการลงทุนได้ง่าย สามารถเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนได้สะดวก ปรับสัดส่วนได้ง่าย และใช้ในการ Rebalance พอร์ตได้คล่องตัว
แม้ Gold ETF จะมีข้อดีมาก แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรทราบ
ไม่ได้ถือครองทองคำจริง นักลงทุนไม่สามารถแลกหน่วย ETF เป็นทองคำจริงได้ (ยกเว้นผู้ร่วมค้าหน่วยลงทุนรายใหญ่) ถ้าต้องการทองคำจริงต้องขาย ETF แล้วไปซื้อทองคำแท่งเอง
มีค่าธรรมเนียมต่อเนื่อง แม้จะต่ำแต่ก็มีค่าธรรมเนียมการจัดการทุกปี ซึ่งจะถูกหักจากมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน ในระยะยาวจะกัดกร่อนผลตอบแทน
ความเสี่ยงจากระบบ อาจมีความเสี่ยงจากความผิดพลาดของระบบซื้อขาย การหยุดซื้อขายชั่วคราว หรือปัญหาสภาพคล่องในช่วงตลาดผันผวนรุนแรง
Tracking Error ผลตอบแทนอาจไม่ตรงกับราคาทองคำ 100% เนื่องจากค่าธรรมเนียม การบริหารจัดการ และปัจจัยอื่นๆ
ภาษี ในบางประเทศ Gold ETF อาจถูกจัดเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ ไม่ใช่ทองคำ ทำให้การคิดภาษีแตกต่างจากการซื้อขายทองคำแท่ง

ในประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมี Gold ETF ให้เลือกลงทุน เช่น SPDR Gold Trust (GLD) ที่ซื้อขายในรูปสกุลเงินบาท ทำให้นักลงทุนไทยเข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
นอกจากนี้ยังมีกองทุนรวมทองคำหลายกองที่ลงทุนใน Gold ETF ต่างประเทศ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการซื้อขาย ETF โดยตรง
การซื้อขาย Gold ETF ในไทยทำได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ เหมือนการซื้อขายหุ้นทั่วไป ต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ก่อน มีค่านายหน้าและค่าธรรมเนียมตามอัตราของแต่ละโบรกเกอร์
การเลือก Gold ETF ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้
ดูขนาดของกองทุน (AUM) ควรเลือกกองที่มีขนาดใหญ่พอ เพราะจะมีสภาพคล่องดีและ Spread แคบ กองทุนขนาดเล็กเกินไปอาจมีความเสี่ยงถูกยุบ
ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการจัดการ (Expense Ratio) เปรียบเทียบระหว่างกองต่างๆ เลือกที่มีค่าธรรมเนียมต่ำแต่คุณภาพดี ระวังกองที่คิดค่าธรรมเนียมถูกผิดปกติ
ดู Tracking Error หรือความแตกต่างระหว่างผลตอบแทนของ ETF กับดัชนีอ้างอิง ยิ่งน้อยยิ่งดี แสดงว่ากองทุนบริหารได้มีประสิทธิภาพ
ศึกษาโครงสร้างของ ETF ว่าเป็น Physical หรือ Synthetic ถ้าต้องการความมั่นใจควรเลือก Physical Gold ETF
พิจารณาสภาพคล่องจากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน และ Bid-Ask Spread ยิ่งแคบยิ่งดี
Gold ETF เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำแต่ไม่อยากยุ่งยากกับการเก็บรักษา เหมาะกับคนที่มีเงินลงทุนไม่มากแต่อยากเริ่มสะสมทองคำ และผู้ที่ต้องการสภาพคล่องสูงในการซื้อขาย
เหมาะอย่างยิ่งกับนักลงทุนที่ต้องการใช้ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน สำหรับการกระจายความเสี่ยง สามารถปรับสัดส่วนได้ง่ายตามสภาวะตลาด
ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการทองคำจริงๆ เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หรือต้องการความรู้สึกมั่นคงจากการถือสินทรัพย์ที่จับต้องได้ และไม่เหมาะกับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เลย
เมื่อเทียบกับการซื้อทองคำแท่ง Gold ETF มีสภาพคล่องสูงกว่า ต้นทุนการเก็บรักษาต่ำกว่า แต่ไม่ได้ทองคำจริง
เมื่อเทียบกับกองทุนรวมทองคำ Gold ETF มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ซื้อขายได้ตลอดเวลาที่ตลาดเปิด แต่ต้องมีบัญชีหุ้น
เมื่อเทียบกับการเทรดทองคำ (XAU/USD) Gold ETF มีความเสี่ยงต่ำกว่า ไม่ต้องใช้ Leverage แต่ผลตอบแทนอาจน้อยกว่าถ้าทำนายทิศทางถูก
Gold ETF เป็นนวัตกรรมการลงทุนที่ช่วยให้การลงทุนในทองคำเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้น เหมาะกับนักลงทุนยุคใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพและความคล่องตัว แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน
การตัดสินใจลงทุนใน Gold ETF ควรพิจารณาให้รอบด้าน ทั้งเป้าหมายการลงทุน ความเสี่ยงที่รับได้ และความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์ อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกลงทุนทองคำรูปแบบใด แนะนำให้กลับไปอ่านบทความ ออมทอง Vs กองทุนรวมทองคำ แบบไหนเหมาะกับการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว เพื่อได้ภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการวางแผนการลงทุนทองคำของคุณ
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

Thanakit Sutto
Finance content writer with a passion for investing, believes that good knowledge empowers smart decisions.
บทความที่เกี่ยวข้อง
13 Nov 2025
FOMC คืออะไร? ทำไมการประชุมเฟดสำคัญมาก
13 Nov 2025
CPI คืออะไร? ทำไมเงินเฟ้อทำตลาดผันผวน