Loading

ใหม่
TH
ชุมชน
TrustFinance ไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับอนุญาต และไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินใด ๆ ในภูมิภาคของคุณ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
TrustFinance
Aug 31, 2026
4 min read
9

คุณเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วเช้ามาเจอยอดในพอร์ตหายไปนิดหน่อยโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับราคาเลย นั่นแหละคือ Swap Fee
Swap Fee หรือค่าสวอป คือดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นเมื่อคุณถือสถานะเทรด Forex ข้ามคืน คิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงินที่คุณเทรดคู่กัน อาจเป็นได้ทั้งบวก (ได้เงิน) หรือลบ (เสียเงิน) ขึ้นอยู่กับทิศทางที่คุณเปิดออเดอร์และคู่เงินที่เลือก
บทความนี้ไม่ได้อ้างอิงตารางค่าสวอปของโบรกเกอร์รายใดรายหนึ่ง เพราะตัวเลขจริงเปลี่ยนได้ทุกวันและต่างกันในแต่ละที่ ทุกตัวเลขในบทความนี้เป็นตัวอย่างประกอบการอธิบายกลไกเท่านั้น ไม่ใช่ค่าจริงที่ควรนำไปใช้คำนวณต้นทุนจริง และเนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล ก่อนตัดสินใจเทรดควรตรวจสอบตารางสวอปจริงจากแพลตฟอร์มที่คุณใช้เอง
ข้อควรทราบ: การเทรด Forex ยังไม่มีใบอนุญาตหรือการกำกับดูแลจากหน่วยงานใดในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีนโยบายออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Forex ให้กับรายย่อย (อ้างอิง ไทยพีบีเอส) และสำนักงาน ก.ล.ต. เองก็ยืนยันว่าธุรกิจ Forex ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. แต่อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินแทน (อ้างอิง The Standard)
Forex คือการเทรดคู่เงิน นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่คุณเปิดออเดอร์ คุณกำลังถือสองสกุลเงินพร้อมกันเสมอ สกุลหนึ่งซื้อ อีกสกุลหนึ่งขาย
แต่ละสกุลเงินมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายของตัวเอง (Interest Rate) ที่กำหนดโดยธนาคารกลางของประเทศนั้น เช่นดอลลาร์สหรัฐกำหนดโดย Federal Reserve เยนญี่ปุ่นกำหนดโดย Bank of Japan ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินนี้เองคือต้นตอของ Swap
ในทางทฤษฎี ถ้าคุณซื้อสกุลเงินที่ดอกเบี้ยสูงกว่าและขายสกุลเงินที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า คุณควรจะได้รับส่วนต่างดอกเบี้ยนั้นเป็นผลตอบแทน กลับกันถ้าซื้อสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำและขายสกุลเงินดอกเบี้ยสูง คุณจะต้องจ่ายส่วนต่างนั้นออกไป
กลไกนี้เรียกในตลาดสถาบันว่า Currency Carry Trade เป็นกลยุทธ์ที่ใช้กันมานานในตลาดเงินตราต่างประเทศ แต่โบรกเกอร์รีเทลแต่ละแห่งจะนำต้นทุนดอกเบี้ยนี้มาคำนวณใหม่เป็นค่า Swap รายวัน แล้วบวกส่วนต่าง (Markup) ของตัวเองเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตัวเลข Swap ที่คุณเห็นในแพลตฟอร์มมักไม่ตรงกับส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายจริงเป๊ะ ๆ
ระบบส่วนใหญ่จะคิดค่า Swap ตอนเที่ยงคืนตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ (ส่วนใหญ่อิงเวลา GMT หรือ GMT+2/+3 แล้วแต่ผู้ให้บริการ) และมีจุดหนึ่งที่คนใหม่มักงงคือคืนวันพุธ หลายแพลตฟอร์มจะคิดค่า Swap เป็น 3 เท่าของปกติในคืนนั้น เพราะต้องชดเชยวันเสาร์อาทิตย์ที่ตลาดปิดแต่การส่งมอบเงินตราจริง (Settlement) ยังคงเดินหน้าตามปฏิทิน 7 วัน ไม่ใช่แค่ 5 วันทำการ
ทุกคู่เงินจะมีค่า Swap สองตัวเสมอ หนึ่งสำหรับฝั่ง Long (ซื้อ) หนึ่งสำหรับฝั่ง Short (ขาย) และสองตัวนี้แทบไม่เท่ากันเลย
ลองดูตัวอย่างสมมติของคู่เงิน AUD/JPY (ดอลลาร์ออสเตรเลียเทียบเยนญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นคู่เงินคลาสสิกที่ดอกเบี้ยสองฝั่งต่างกันชัดเจน
| ทิศทาง | ค่า Swap (ตัวอย่างสมมติ) | ความหมาย |
|---|---|---|
| Long AUD/JPY (ซื้อ AUD ขาย JPY) | +0.85 จุดต่อ Lot ต่อคืน | มีแนวโน้มได้ Swap เพราะ AUD ดอกเบี้ยสูงกว่า JPY |
| Short AUD/JPY (ขาย AUD ซื้อ JPY) | -1.60 จุดต่อ Lot ต่อคืน | ต้องจ่าย Swap เพราะฝั่งนี้ถือสกุลดอกเบี้ยต่ำ |
สังเกตไหมว่าตัวเลขทั้งสองฝั่งไม่ได้เท่ากันแค่กลับเครื่องหมาย นี่คือจุดที่คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิด หลายคนคิดว่าถ้าฝั่ง Long ได้ +0.85 ฝั่ง Short ก็ควรจะเสีย -0.85 พอดี แต่ในทางปฏิบัติแทบไม่มีโบรกเกอร์ไหนตั้งค่าแบบนั้น เพราะนี่คือจุดที่ Markup ของโบรกเกอร์เข้ามาแทรกในทั้งสองฝั่งพร้อมกัน ส่วนถัดไปจะอธิบายว่าทำไม
สูตรพื้นฐานที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ใช้คำนวณ Swap มีหน้าตาประมาณนี้
Swap (สกุลเงินคำนวณ) = (จุด Swap ที่แพลตฟอร์มแสดง) × (ขนาด Lot) × (จำนวนคืนที่ถือออเดอร์)
มาลองคำนวณด้วยตัวเลขสมมติกัน สมมติคุณเปิดออเดอร์ Long EUR/USD ขนาด 1 Lot มาตรฐาน (100,000 หน่วย) และแพลตฟอร์มแสดงค่า Swap ฝั่ง Long อยู่ที่ -3.20 จุดต่อ Lot ต่อคืน
ขั้นที่ 1 หาว่า 1 จุด (Point) ของคู่เงินนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ สำหรับ EUR/USD ที่ 1 Lot มาตรฐาน 1 จุดมักเท่ากับประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐ (ตัวเลขนี้เปลี่ยนตามคู่เงินและ Lot size จริงต้องเช็คจากแพลตฟอร์มตัวเอง)
ขั้นที่ 2 คูณค่า Swap ต่อจุดด้วยมูลค่าจุด
-3.20 × 1 ดอลลาร์ = -3.20 ดอลลาร์ต่อคืน
ขั้นที่ 3 คูณด้วยจำนวนคืนที่ถือออเดอร์ ถ้าคุณถือ 5 คืน (ไม่รวมคืนพุธที่คิด 3 เท่า)
-3.20 × 5 = -16.00 ดอลลาร์
ขั้นที่ 4 ถ้าหนึ่งในห้าคืนนั้นตรงกับคืนวันพุธ ให้แทนที่คืนนั้นด้วยค่า 3 เท่า
(-3.20 × 4) + (-3.20 × 3) = -12.80 + -9.60 = -22.40 ดอลลาร์
ตัวเลขนี้คือค่าประมาณเท่านั้น ในความเป็นจริงราคาตลาดของแต่ละคืนอาจทำให้แพลตฟอร์มปรับจุด Swap เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยทุกวัน โดยเฉพาะช่วงที่ธนาคารกลางเพิ่งประกาศเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
นี่คือจุดที่หน้าคู่แข่งเกือบทุกหน้าไม่พูดถึงอย่างเป็นกลาง เพราะแต่ละหน้าเป็นของโบรกเกอร์เอง สุดท้ายก็มักวนกลับไปชี้ว่าแพลตฟอร์มตัวเองโปร่งใสที่สุด
ความจริงคือส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายบริสุทธิ์ (Pure Interest Rate Differential) เป็นแค่จุดตั้งต้นเท่านั้น สิ่งที่โบรกเกอร์แต่ละรายทำต่อคือ
พูดง่าย ๆ คือ Swap ไม่ใช่ตัวเลขที่ตลาดกำหนดตายตัว แต่เป็นตัวเลขที่โบรกเกอร์แต่ละรายตั้งเองบนฐานเดียวกัน เหมือนร้านสองร้านซื้อกาแฟดิบมาจากแหล่งเดียวกันแต่ตั้งราคาแก้วสุดท้ายไม่เท่ากัน
ถ้าคุณเทรดแบบ Scalping หรือ Day Trading ที่ปิดออเดอร์ทุกวันก่อนตลาดปิด Swap แทบไม่มีผลกับคุณเลย
แต่ถ้าคุณถือสถานะข้ามคืนบ่อย โดยเฉพาะสาย Swing Trading หรือ Position Trading ที่บางออเดอร์ถือเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน Markup ที่ดูเหมือนเล็กน้อยต่อคืนสามารถกัดกินกำไรไปได้มากกว่าที่คิด
ลองนึกภาพออเดอร์ที่ถือ 30 คืน ถ้า Swap ต่อคืนคือ -3.20 ดอลลาร์ตามตัวอย่างข้างต้น รวมทั้งเดือนก็เกือบ 100 ดอลลาร์แล้ว โดยที่ราคาคู่เงินอาจจะยังไม่ขยับไปทางไหนเลยด้วยซ้ำ นี่คือจุดที่นักเทรดหน้าใหม่มักมองข้าม เพราะโฟกัสอยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว จนลืมว่าต้นทุนแฝงที่ไม่เกี่ยวกับราคายังเดินอยู่ตลอดเวลา
มีอีกจุดหนึ่งที่คนใช้ Leverage สูงมักมองข้าม นั่นคือ Swap ถูกคำนวณจาก มูลค่าเต็มของสถานะ ไม่ใช่จากเงินประกัน (Margin) ที่คุณวางจริง สมมติคุณเปิดออเดอร์ 1 Lot มูลค่ารวมของสถานะอยู่ที่ประมาณ 100,000 ดอลลาร์ แต่ใช้ Leverage 1:100 คุณอาจวางเงินประกันแค่ราว 1,000 ดอลลาร์ ค่า Swap ที่ดูเหมือนเป็นตัวเลขเล็ก ๆ อย่าง -8 ถึง -9 ดอลลาร์ต่อคืน เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินประกันจริงแล้วอาจสูงถึงเกือบ 1% ต่อคืน ยิ่ง Leverage สูงเท่าไหร่ ต้นทุน Swap เมื่อเทียบกับเงินทุนที่คุณเสี่ยงจริงก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย แม้ตัวเลขดอลลาร์ที่เห็นจะดูไม่มากก็ตาม
Swap-Free Account หรือที่มักเรียกว่าบัญชี Islamic คือบัญชีที่ไม่มีการคิดหรือจ่ายค่า Swap เลย ออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ Riba ในศาสนาอิสลามที่ห้ามรับหรือจ่ายดอกเบี้ย
แต่มีจุดที่ควรรู้ก่อนคือโบรกเกอร์ไม่ได้ทำบัญชีนี้ให้ฟรีจริง ๆ เพราะต้นทุนดอกเบี้ยข้ามคืนยังเกิดขึ้นจริงอยู่ดี สิ่งที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ทำแทนคือ
ดังนั้นบัญชี Swap-Free ไม่ใช่ "ฟรีทุกกรณี" อย่างที่ชื่อบอก มันแค่เปลี่ยนรูปแบบต้นทุนจากดอกเบี้ยรายคืนไปเป็นค่าธรรมเนียมรูปแบบอื่นแทน ถ้าคุณเป็น Day Trader ที่ปิดออเดอร์ทุกวันอยู่แล้ว บัญชีแบบนี้อาจไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำเพราะคุณไม่เคยเจอ Swap ตั้งแต่แรก
ก่อนจะสรุปว่าโบรกเกอร์เก็บ Swap แพงเกินไปหรือเปล่า ลองเช็คตามลิสต์นี้ก่อน
| สไตล์การเทรด | ระยะเวลาถือออเดอร์ทั่วไป | ผลกระทบจาก Swap |
|---|---|---|
| Scalper | วินาทีถึงไม่กี่นาที | แทบไม่มีผล เพราะปิดก่อนตลาดคิด Swap เสมอ |
| Day Trader | ภายในวันเดียวกัน | แทบไม่มีผล ตราบใดที่ปิดก่อนเที่ยงคืนเซิร์ฟเวอร์ |
| Swing Trader | หลายวันถึงหลายสัปดาห์ | มีผลชัดเจน ควรคำนวณ Swap สะสมก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง |
| Position Trader | หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน | มีผลมากที่สุด บางครั้ง Swap สะสมกินกำไรมากกว่าที่คาดไว้ |
Swap กับ Rollover ต่างกันไหม
ไม่ต่าง สองคำนี้ใช้แทนกันได้ทั้งคู่ หมายถึงกระบวนการเดียวกันคือการต่ออายุสถานะข้ามคืนพร้อมคิดดอกเบี้ยส่วนต่าง
ถ้าเปิดออเดอร์และปิดในวันเดียวกันจะโดน Swap ไหม
โดยทั่วไปไม่โดน เพราะ Swap จะคิดเฉพาะออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่ ณ เวลาที่แพลตฟอร์มตัดรอบวัน (มักเป็นเที่ยงคืนตามเวลาเซิร์ฟเวอร์) ถ้าปิดออเดอร์ก่อนเวลานั้นจะไม่ถูกคิด Swap เลย
ทำไมบางคู่เงินไม่มีค่า Swap เลย
ส่วนใหญ่เกิดกับคู่เงินที่ดอกเบี้ยนโยบายของสองประเทศใกล้เคียงกันมาก ส่วนต่างดอกเบี้ยจึงต่ำจนปัดเป็นศูนย์หรือใกล้ศูนย์ ไม่ได้แปลว่าคู่เงินนั้นไม่มีกลไก Swap เลย
Swap เปลี่ยนแปลงบ่อยแค่ไหน
เปลี่ยนได้ทุกวัน โดยเฉพาะช่วงที่ธนาคารกลางประกาศเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือช่วงตลาดผันผวนสูงที่ต้นทุนสภาพคล่องของ LP เปลี่ยนไป ควรเช็คตารางล่าสุดก่อนเปิดสถานะระยะยาวทุกครั้ง ไม่ควรอ้างอิงตัวเลขที่เห็นครั้งเดียวแล้วจำไปใช้ตลอด
Swap Fee ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมลึกลับที่โบรกเกอร์ตั้งขึ้นมาลอย ๆ แต่มีที่มาจากส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายจริงระหว่างสองสกุลเงินที่คุณเทรด บวกด้วย Markup ที่แต่ละโบรกเกอร์กำหนดเอง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตัวเลขไม่มีวันเหมือนกันเป๊ะระหว่างสองแพลตฟอร์ม
ถ้าคุณเป็นสาย Scalping หรือ Day Trading เรื่องนี้แทบไม่กระทบคุณเลย แต่ถ้าถือสถานะข้ามคืนบ่อย การเข้าใจกลไกนี้และเช็คตารางสวอปก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้งคือขั้นตอนพื้นฐานที่ไม่ควรข้าม เช่นเดียวกับที่ควรตรวจสอบใบอนุญาตของโบรกเกอร์ก่อนฝากเงินจริง หรือทำความเข้าใจโครงสร้างค่าคอมมิชชันแบบ IB (Introducing Broker) ที่อาจแฝงอยู่ในค่าใช้จ่ายรวมของคุณโดยไม่รู้ตัว
ถ้าเป้าหมายของคุณคือลดต้นทุน Swap ให้น้อยที่สุด ลองดูรายชื่อโบรกเกอร์ที่มีบัญชี Swap-Free หรือค่า Swap ต่ำที่เราเคยรวบรวมไว้เปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจ
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและยังไม่มีการกำกับดูแลจากหน่วยงานใดในประเทศไทย ผู้เทรดควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ
TrustFinance
TrustFinance helps financial companies build credibility and traders make safer choices through verified profiles, authentic reviews, and research-driven insights.
บทความที่เกี่ยวข้อง

09 Sep 2026
สเปรดทองคำคืออะไร ทำไมกว้างกว่าสเปรด Forex