Loading

ใหม่
TH
ชุมชน
TrustFinance ไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับอนุญาต และไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินใด ๆ ในภูมิภาคของคุณ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
บทความที่เกี่ยวข้อง

11 ก.ย. 2026
Margin Call คืออะไร โดนเรียกตอนไหน ป้องกันยังไง

10 ก.ย. 2026
เลเวอเรจ (Leverage) forex คืออะไร เสี่ยงแค่ไหน

09 ก.ย. 2026
สเปรดทองคำคืออะไร ทำไมกว้างกว่าสเปรด Forex

03 ก.ย. 2026
เทรด Forex เสียภาษีไหม เช็คเงื่อนไขและวิธีคำนวณ

15 พ.ค. 2026
ถ้า License ไม่พอ ควรดูความน่าเชื่อถือจากอะไร?
TrustFinance
Sep 11, 2026
3 min read
0

เปิดแพลตฟอร์มเทรดครั้งแรก สิ่งแรกที่เห็นข้างคู่เงินคือตัวเลขสองตัวที่ไม่เท่ากัน ตัวหนึ่งเรียก Bid อีกตัวเรียก Ask ส่วนต่างระหว่างสองตัวนี้คือสเปรด และมันคือต้นทุนที่เกิดขึ้นทันทีที่กดปุ่มเปิดออเดอร์ ไม่ว่าราคาจะไปทางไหนต่อจากนั้น
บทความนี้อธิบายว่าสเปรดคืออะไร คำนวณเป็นต้นทุนจริงยังไง สเปรดคงที่กับลอยตัวต่างกันตรงไหน และที่คนมักสับสนที่สุด สเปรดกับค่าคอมมิชชั่นเป็นคนละเรื่องกันยังไง
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid (ราคาที่ตลาดรับซื้อจากคุณ) กับราคา Ask (ราคาที่ตลาดขายให้คุณ) ของคู่เงินหนึ่งคู่ ณ ขณะนั้น เป็นต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้นทันทีที่เปิดสถานะ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บแยกต่างหาก
หน่วยวัดสเปรดที่ใช้กันคือ pip (สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ คือทศนิยมตำแหน่งที่ 4) หรือ point (ทศนิยมตำแหน่งสุดท้าย ละเอียดกว่า pip 10 เท่า) สมมติ EUR/USD แสดง Bid ที่ 1.08500 และ Ask ที่ 1.08515 สเปรดตรงนี้คือ 1.5 pip ตัวเลขนี้เปลี่ยนไปตามสภาพตลาดตลอดเวลา ไม่ใช่ค่าคงที่ตายตัวเสมอไป ขึ้นกับว่าโบรกเกอร์ใช้โมเดลสเปรดแบบไหน ซึ่งเป็นหัวข้อถัดไป
ตัวเลข pip อย่างเดียวบอกอะไรไม่ได้มากถ้าไม่แปลงเป็นเงินจริง สูตรคร่าวๆ คือ ต้นทุนสเปรด = จำนวน pip x มูลค่าต่อ pip x ขนาด lot
ลองดูตัวอย่าง สมมติเทรด EUR/USD ขนาด 1 lot มาตรฐาน (100,000 หน่วยสกุลเงินฐาน) สเปรด 1.5 pip มูลค่าต่อ pip ของ EUR/USD ที่ 1 lot มาตรฐานอยู่ราว 10 ดอลลาร์
ต้นทุนสเปรด = 1.5 x 10 ดอลลาร์ = 15 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 525 บาท (ที่อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 35 บาทต่อดอลลาร์) นี่คือเงินที่หายไปทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดออเดอร์ ก่อนราคาจะขยับไปทางไหนเลยด้วยซ้ำ ถ้าเทรดขนาด 0.1 lot ต้นทุนก็ลดลงตามสัดส่วน เหลือประมาณ 1.5 ดอลลาร์ หรือ 52.5 บาท
จุดที่มักถูกมองข้าม คนที่เทรดบ่อยด้วยขนาด lot ใหญ่ ต้นทุนสเปรดสะสมต่อเดือนอาจสูงกว่าที่คิดไว้มาก การเข้าใจตัวเลขนี้จึงสำคัญพอกับการเข้าใจleverage ที่ทำให้เปิดสถานะขนาดใหญ่ได้ด้วยเงินน้อย เพราะยิ่งเปิดสถานะใหญ่ ต้นทุนสเปรดก็ยิ่งขยายตามไปด้วย
โบรกเกอร์ forex ส่วนใหญ่เสนอสเปรดสองแบบ และเลือกใช้แบบไหนก็ส่งผลต่อความคาดเดาได้ของต้นทุน
| ประเภท | นิยาม | ข้อดี | ข้อเสีย | มักพบในโบรกเกอร์แบบไหน |
|---|---|---|---|---|
| Fixed (คงที่) | สเปรดตายตัว ไม่เปลี่ยนตามสภาพตลาด | คำนวณต้นทุนล่วงหน้าได้แม่นยำ | มักตั้งไว้สูงกว่าสเปรดลอยตัวในช่วงตลาดปกติ เพื่อชดเชยความเสี่ยงของโบรกเกอร์ | Market maker / Dealing Desk |
| Floating (ลอยตัว) | เปลี่ยนตามสภาพคล่องและความผันผวนของตลาดจริง | ช่วงตลาดสภาพคล่องสูงมักได้สเปรดแคบกว่า fixed | กว้างขึ้นแบบคาดเดายากในช่วงข่าวสำคัญหรือตลาดเบาบาง | ECN / STP |
ไม่มีแบบไหนดีกว่ากันในทุกสถานการณ์ ขึ้นกับสไตล์การเทรด คนที่เทรดสั้นความถี่สูงมักสนใจสเปรดลอยตัวที่แคบในช่วงสภาพคล่องดี ส่วนคนที่ต้องการคำนวณต้นทุนล่วงหน้าแบบแน่นอนอาจเลือก fixed แม้จะจ่ายแพงกว่าในบางช่วง
นี่คือจุดที่คนใหม่มักสับสนที่สุด เพราะทั้งสองเป็นต้นทุนการเทรดเหมือนกัน แต่เก็บคนละกลไก
| เกณฑ์ | Spread | Commission |
|---|---|---|
| วิธีคำนวณ | ส่วนต่าง Bid/Ask คูณมูลค่าต่อ pip | ค่าธรรมเนียมคงที่หรือเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าออเดอร์ |
| วิธีเรียกเก็บ | ฝังอยู่ในราคา ไม่แยกรายการ | หักแยกเป็นรายการชัดเจนตอนเปิด/ปิดออเดอร์ |
| มองเห็นได้ตอนไหน | เห็นทันทีที่เปิดชาร์ต ก่อนเปิดออเดอร์ | มักระบุแยกในเอกสารค่าธรรมเนียมของบัญชี |
| เหมาะกับสไตล์เทรดแบบไหน | เทรดความถี่ต่ำ ถือสถานะนาน | เทรดความถี่สูง ต้องการต้นทุนที่คำนวณแยกชัดเจนต่อไม้ |
บางบัญชีใช้สเปรดล้วนไม่มีคอมมิชชั่นแยก บางบัญชี (มักเป็น ECN) ใช้สเปรดที่แคบมากเกือบเป็นศูนย์ แต่เก็บคอมมิชชั่นแยกทุกครั้งที่เปิดปิดออเดอร์แทน วิธีเปรียบเทียบที่ตรงที่สุดคือรวมทั้งสองอย่างเป็นต้นทุนรวมต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขสเปรดอย่างเดียวแล้วสรุปว่าบัญชีไหนถูกกว่า
สภาพคล่องของตลาดเป็นตัวแปรหลัก ช่วงที่ตลาดใหญ่หลายแห่งเปิดพร้อมกัน เช่นช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กทับซ้อนกัน มักมีสภาพคล่องสูงและสเปรดแคบกว่าปกติ
ช่วงเวลาที่ตลาดเบาบาง เช่นก่อนตลาดเอเชียเปิดหรือช่วงวันหยุดยาว สภาพคล่องลดลง สเปรดมักกว้างขึ้นตามไปด้วย และช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญประกาศ สเปรดอาจกว้างขึ้นชั่วขณะจากความไม่แน่นอนของราคา เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ slippage ด้วย ถ้าอยากเข้าใจกลไกการขยายตัวของสเปรดช่วงข่าวและความผันผวนแบบละเอียด มีบทความแยกที่ครอบคลุมประเด็นนี้โดยเฉพาะ
ตัวเลขสเปรดที่โบรกเกอร์โฆษณาไว้ (เช่น "เริ่มต้นที่ 0.1 pip") มักเป็นตัวเลขในสภาวะตลาดที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขที่เจอตลอดเวลา วิธีที่แม่นยำกว่าคือเปิดแพลตฟอร์มจริงแล้วดูสเปรดสดของคู่เงินที่ตั้งใจจะเทรด ในช่วงเวลาที่ตั้งใจจะเทรดจริง ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขบนหน้าเว็บการตลาด
อีกจุดที่ควรทำก่อนตัดสินใจ คำนวณต้นทุนสเปรดเป็นเงินจริงตามขนาดออเดอร์ที่จะใช้จริง ไม่ใช่ดูแค่จำนวน pip ลอยๆ เพราะขนาด lot ต่างกัน ต้นทุนที่แท้จริงก็ต่างกันตามสัดส่วน และก่อนฝากเงินเข้าโบรกเกอร์ไหนก็ตาม การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์เป็นอีกขั้นตอนที่แยกจากเรื่องสเปรดแต่สำคัญไม่แพ้กัน เช็คโบรกเกอร์ Forex น่าเชื่อถือไหม 7 ขั้นตอนก่อนฝากเงิน เป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้ได้จริง
ข้อควรทราบ: การเทรด Forex ยังไม่มีใบอนุญาตหรือการกำกับดูแลจากหน่วยงานใดในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีนโยบายออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Forex ให้กับรายย่อย (อ้างอิง ไทยพีบีเอส) และสำนักงาน ก.ล.ต. เองก็ยืนยันว่าธุรกิจ Forex ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. แต่อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินแทน (อ้างอิง The Standard)
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล และไม่มีการการันตีผลตอบแทนใดๆ ผู้เทรดควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ
Spread ต่างจาก commission ยังไง สรุปสั้นๆ
Spread คือส่วนต่าง Bid/Ask ที่ฝังอยู่ในราคา เห็นทันทีตอนเปิดชาร์ต ส่วน commission คือค่าธรรมเนียมแยกที่หักตอนเปิดหรือปิดออเดอร์ บางบัญชีมีอย่างเดียว บางบัญชีมีทั้งคู่
สเปรดคงที่กับลอยตัวแบบไหนดีกว่า
ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นกับสไตล์การเทรด คนที่ต้องการคำนวณต้นทุนล่วงหน้าแน่นอนมักเลือก fixed ส่วนคนที่เทรดในช่วงสภาพคล่องสูงและยอมรับความไม่แน่นอนได้มักได้ประโยชน์จาก floating ที่แคบกว่าในช่วงตลาดปกติ
สเปรดเท่าไหร่ถือว่าดี
ไม่มีตัวเลขสากลที่ใช้ได้กับทุกคู่เงิน คู่เงินหลักอย่าง EUR/USD มักมีสเปรดแคบกว่าคู่เงินรองหรือคู่เงินแปลกเนื่องจากสภาพคล่องสูงกว่า วิธีเปรียบเทียบที่แม่นยำกว่าคือดูสเปรดของคู่เงินเดียวกันระหว่างโบรกเกอร์หลายเจ้า ไม่ใช่เทียบสเปรดข้ามคู่เงินคนละคู่
สเปรดทองคำกับสเปรด forex ต่างกันไหม
ต่างกัน ทองคำ (XAU/USD) มักมีสเปรดกว้างกว่าคู่เงินหลักในหน่วยเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมีลักษณะตลาดและสภาพคล่องต่างจากคู่เงิน forex ทั่วไป รายละเอียดกลไกและตัวเลขเปรียบเทียบอยู่ใน สเปรดทองคำคืออะไร ทำไมกว้างกว่าสเปรด Forex
Spread เป็นต้นทุนที่มองข้ามไม่ได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดออเดอร์ ไม่ว่าราคาจะไปทางไหนต่อจากนั้น การเข้าใจว่ามันต่างจาก commission ยังไง และแบบ fixed กับ floating เหมาะกับสไตล์เทรดแบบไหน ช่วยให้เลือกโบรกเกอร์และประเภทบัญชีได้ตรงกับที่ต้องการจริง มากกว่าไล่ตามตัวเลขโฆษณาที่ดูดีบนหน้าเว็บ
ต้นทุนการเทรดยังมีมิติอื่นที่ต้องเข้าใจควบคู่กันไป ทั้งค่า swap เมื่อถือสถานะข้ามคืน (อ่านเพิ่มได้ที่ Swap Fee คืออะไร วิธีคำนวณค่าสวอปข้ามคืน) และเลเวอเรจที่ยิ่งเปิดสถานะใหญ่ ต้นทุนสเปรดต่อไม้ก็ยิ่งขยายตาม ทั้งหมดนี้ควรเข้าใจก่อนวางเงินจริง ไม่ใช่หลังจากเทรดไปแล้วถึงมาสังเกต
TrustFinance
TrustFinance helps financial companies build credibility and traders make safer choices through verified profiles, authentic reviews, and research-driven insights.