Loading

ใหม่
TH
ชุมชน
TrustFinance ไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับอนุญาต และไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินใด ๆ ในภูมิภาคของคุณ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
TrustFinance
अग. 26, 2026
3 min read
2

ปลายเดือนมกราคม 2569 ราคาทองคำโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ Kitco รายงานราคาทองคำล่วงหน้าแตะระดับ 5,345 ถึง 5,360 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ก่อนย่อตัวลงมาอยู่ราว 4,600 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม (สาเหตุเบื้องหลังความผันผวนนี้อ่านเพิ่มได้ใน ทำไมราคาทองถึงขึ้นเสมอ) เทรดทอง CFD กับทองคำแท่งอ้างอิงราคาตัวเดียวกันนี้ แต่ความเสี่ยงที่คุณแบกรับจากมันไม่เหมือนกันเลย และสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจจนกว่าจะเจอเองคือ Margin Call
เลือกเทรดทอง CFD ถ้าคุณ
เลือกทองคำแท่งถ้าคุณ
| ปัจจัย | เทรดทอง CFD | ทองคำแท่ง |
|---|---|---|
| การถือครอง | ไม่มีทองจริง เป็นสัญญากับโบรกเกอร์ | เป็นเจ้าของทองจริง 100% |
| เลเวอเรจ | มี (เช่น 1:50, 1:100) | ไม่มี |
| ความเสี่ยง Margin Call | มี | ไม่มี |
| สภาพคล่อง | ปิดสถานะได้ทันทีผ่านแอป | ต้องเดินทางไปร้านทองในเวลาทำการ |
| ต้นทุนแฝง | สเปรด, ค่าสวอปข้ามคืน | ค่ากำเหน็จ, ส่วนต่างราคารับซื้อ-ขาย |
| การกำกับดูแลในไทย | อยู่นอกใบอนุญาต ธปท./กลต. | ไม่มีเพดานเงินซื้อขาย (นอกจากซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์บาท) |
CFD ย่อมาจาก Contract for Difference เป็นสัญญาที่ทำกับโบรกเกอร์เพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาทองคำ ไม่มีการซื้อขายทองจริงเกิดขึ้น คุณไม่ได้เป็นเจ้าของทองคำแม้แต่กรัมเดียว แค่เปิดสถานะซื้อหรือขายกับโบรกเกอร์ซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรง
จุดที่ทำให้ CFD ต่างจากการซื้อทองทั่วไปคือมาร์จิ้น คุณไม่ต้องวางเงินเต็มมูลค่าสัญญา แค่วางเงินค้ำประกันบางส่วนตามอัตราเลเวอเรจที่โบรกเกอร์กำหนด เลเวอเรจ 1:100 หมายความว่าเงินทุน 1,000 บาทควบคุมสถานะมูลค่า 100,000 บาทได้ ฟังดูดี จนกว่าราคาจะขยับผิดทาง
อีกจุดที่คนมักมองข้ามคือ CFD เปิดสถานะได้ทั้งสองทาง ไม่ใช่แค่ซื้อรอราคาขึ้นอย่างเดียว คุณเปิดสถานะขาย (short) เพื่อทำกำไรตอนราคาทองร่วงก็ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทองคำแท่งทำไม่ได้เลย เพราะการถือทองจริงมีแต่ทิศทางเดียวคือรอราคาขึ้น
เลเวอเรจกับมาร์จิ้นเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน ยิ่งเลเวอเรจสูง มาร์จิ้นที่ต้องวางต่อสถานะยิ่งต่ำ แต่มูลค่าการเปิดสถานะเมื่อเทียบกับเงินทุนในบัญชีกลับสูงขึ้นมาก โบรกเกอร์แต่ละแห่งให้เลเวอเรจไม่เท่ากัน บางแห่งให้สูงถึง 1:500 สำหรับทอง ยิ่งเลเวอเรจสูงเท่าไหร่ ระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบันกับจุด Margin Call ก็ยิ่งแคบลงเท่านั้น
ทองคำแท่งคือการถือครองทองจริงในรูปแบบแท่งหรือเหรียญ คุณเป็นเจ้าของสินทรัพย์เต็มมูลค่า ไม่มีการกู้ยืมหรือเลเวอเรจเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่มีคู่สัญญาที่ต้องพึ่งพา ในไทยแบ่งเป็นสองแบบหลักคือทองคำแท่ง 96.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งซื้อขายอิงราคาสมาคมค้าทองคำแบบตรงไปตรงมา กับทองรูปพรรณที่มีค่ากำเหน็จบวกเพิ่มและมักได้ราคาขายคืนต่ำกว่าราคาซื้อพอสมควร
ความต่างที่สำคัญที่สุดคือทองคำแท่งไม่มีกลไกบังคับปิดสถานะ เพราะไม่ได้ใช้เงินกู้หรือมาร์จิ้นในการถือครอง ราคาจะขึ้นหรือลงเท่าไหร่ คุณก็ยังเป็นเจ้าของทองก้อนเดิมอยู่เสมอ ต่างจาก CFD ที่ถ้าราคาสวนทางมากพอ สถานะอาจถูกบังคับปิดโดยที่คุณไม่ได้ตัดสินใจเอง
Margin Call คือการที่โบรกเกอร์แจ้งเตือนให้คุณเติมเงินเข้าบัญชี เพราะเงินทุนคงเหลือในบัญชี (equity) ลดลงจนต่ำกว่าระดับมาร์จิ้นขั้นต่ำที่กำหนดไว้ สาเหตุหลักคือราคาทองเคลื่อนไหวสวนทางกับสถานะที่เปิดไว้ ยิ่งใช้เลเวอเรจสูง ราคาก็ยิ่งต้องขยับแค่นิดเดียวก็ทำให้เกิด Margin Call ได้ ช่วงที่ราคาทองผันผวนแรงอย่างที่เห็นในปี 2568 ถึง 2569 คือช่วงที่ความเสี่ยงนี้สูงที่สุด
สมมติคุณมีเงินทุน 10,000 บาท เปิดสถานะซื้อทองด้วยเลเวอเรจ 1:50 ควบคุมมูลค่าสถานะได้ 500,000 บาท ราคาทองปรับตัวลงแค่ 2 เปอร์เซ็นต์จากจุดเข้าซื้อ ความเสียหายจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท เท่ากับเงินทุนทั้งหมดในบัญชี มาร์จิ้นในบัญชีตกลงมาแตะระดับที่โบรกเกอร์ต้องส่ง Margin Call ทันที สองเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ยี่สิบ ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างประกอบความเข้าใจเท่านั้น อัตราส่วนจริงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบัญชี
Margin Call คือคำเตือนให้เติมเงิน ยังไม่ใช่การบังคับปิดสถานะ Stop Out คือระดับที่ต่ำกว่านั้นลงไปอีก เมื่อเงินทุนในบัญชีตกลงมาถึงระดับนี้ ระบบของโบรกเกอร์จะบังคับปิดสถานะโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีติดลบมากไปกว่านี้ คุณไม่มีสิทธิ์เลือกเองว่าจะปิดสถานะเมื่อไหร่ ถ้าปล่อยให้ราคาไหลไปถึงจุดนี้
ลองนึกภาพราคาทองร่วงจาก 4,700 ดอลลาร์ ลงมาที่ 4,400 ดอลลาร์ในเวลาไม่กี่วัน ราว 6.4 เปอร์เซ็นต์ ความรุนแรงระดับนี้เคยเกิดขึ้นจริงในช่วงที่ตลาดผันผวนหนักปี 2569
สมมติคุณลงทุน 200,000 บาทในทั้งสองแบบ ฝั่ง CFD ใช้เลเวอเรจ 1:20 ควบคุมมูลค่าสถานะได้ 4 ล้านบาท ราคาร่วง 6.4 เปอร์เซ็นต์ แปลว่าขาดทุนจากสถานะประมาณ 256,000 บาท มากกว่าเงินทุนทั้งหมดที่ใส่ไป บัญชีจะโดน Margin Call ไปแล้วตั้งแต่ราคาร่วงไม่ถึงครึ่งทาง และถ้าไม่เติมเงินทัน ระบบจะ Stop Out ปิดสถานะให้อัตโนมัติ คุณเดินออกมาพร้อมทุนที่หายไปเกือบหมด บางครั้งภายในไม่กี่ชั่วโมง
ฝั่งทองคำแท่ง 200,000 บาทเดิม เหตุการณ์เดียวกันนี้แปลว่ามูลค่าทองในมือคุณลดลงเหลือประมาณ 187,000 บาท ขาดทุนทางบัญชีจริง แต่ไม่มีใครโทรมาทวงเงินเพิ่ม ไม่มีระบบไหนบังคับขาย คุณยังถือทองก้อนเดิมอยู่ในมือ รอราคาฟื้นตัวได้ถ้าไม่จำเป็นต้องขายตอนนี้ ไม่มีนาฬิกานับถอยหลัง
ตัวเลขขาดทุนต่างกันมหาศาลจากเงินทุนตั้งต้นเท่ากัน นี่คือสิ่งที่ตารางเปรียบเทียบด้านบนสรุปเป็นบรรทัดเดียวไม่ได้ เพราะ CFD ผูกเวลาเข้ากับความเสี่ยงด้วย ไม่ใช่แค่ทิศทางราคา
ทองคำแท่งไม่มี Margin Call แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีต้นทุน ส่วนต่างราคาซื้อขาย (spread) ระหว่างราคารับซื้อกับราคาขายออกที่ร้านทองคือต้นทุนแฝงที่ต้องจ่ายทุกครั้ง บวกกับค่ากำเหน็จสำหรับทองรูปพรรณ และถ้าคิดเรื่องความปลอดภัยของการเก็บทองไว้ที่บ้านหรือค่าตู้เซฟ ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นอีก
ฝั่ง CFD มีสเปรดของตัวเองระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย และถ้าถือสถานะข้ามคืน ส่วนใหญ่จะมีค่าสวอปเก็บเพิ่ม สเปรดของแต่ละโบรกเกอร์ไม่เท่ากัน และต่างกันมากพอที่จะกินกำไรของนักเทรดระยะสั้นได้จริง ถ้าอยากรู้ว่าโบรกเกอร์ไหนมีสเปรดเทรดทองต่ำกว่ากัน TrustFinance เคยรวบรวมไว้ใน Top 5 โบรกเกอร์เทรดทอง Spread ต่ำยอดนิยม ซึ่งเทียบต้นทุนสเปรดแบบตัวเลขจริง
สำหรับใครที่มองว่าต้นทุนการเก็บรักษาทองคำแท่งสูงเกินไป การออมทองผ่านกองทุนรวมทองคำก็เป็นอีกทางเลือกที่ควรพิจารณาเทียบกัน อ่านรายละเอียดใน ออมทอง Vs กองทุนรวมทองคำ แบบไหนเหมาะกับการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว
วันที่ 30 มกราคม 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดวงเงินซื้อหรือขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มเทรดทองออนไลน์ที่ชำระราคาเป็นเงินบาท จำกัดไว้ไม่เกินด้านละ 50 ล้านบาทต่อคนต่อแพลตฟอร์ม มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569 ผู้ที่ถือครองทองเกิน 50 ล้านบาทอยู่แล้วก่อนวันประกาศยังขายส่วนเกินได้ตามปกติ
สื่อไทยหลายแห่งอธิบายเกณฑ์นี้ว่าเป็นวงเงินต่อวัน แต่ถ้อยคำในประกาศต้นทางของ ธปท. ระบุเป็นวงเงินต่อด้าน คือต่อการซื้อหรือขายแต่ละครั้ง ต่อคน ต่อแพลตฟอร์ม ใครต้องการความชัดเจนเต็มรูปแบบควรตรวจสอบประกาศฉบับเต็มจาก ธปท. โดยตรง
เกณฑ์นี้ใช้กับแพลตฟอร์มเทรดทองออนไลน์ที่ชำระเป็นเงินบาทในไทยเท่านั้น ไม่ครอบคลุมแพลตฟอร์มที่ชำระเป็นดอลลาร์สหรัฐ ร้านทองแบบดั้งเดิม ผลิตภัณฑ์ออมทองที่ขายคืนไม่ได้ และการซื้อขายฟิวเจอร์สทองผ่าน TFEX
สำหรับเทรดทอง CFD ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศที่ใช้ดอลลาร์เป็นสกุลมาร์จิ้น เกณฑ์นี้ของ ธปท. ไม่ได้เข้าไปกำกับดูแลโดยตรง สอดคล้องกับสถานะเดิมที่ Forex และ CFD ลักษณะนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้ใบอนุญาตของ ธปท. หรือหน่วยงานกำกับดูแลของไทยอยู่แล้ว นี่คือความไม่สมมาตรที่ควรรู้ไว้ เพราะมันแปลว่าเทรดทอง CFD ผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศอยู่นอกกรอบคุ้มครองของกฎในประเทศไปด้วยพร้อมกัน
ถ้าคุณมีเงินก้อนที่ไม่รีบใช้และอยากรักษามูลค่าไว้ระยะยาว ทองคำแท่งตอบโจทย์มากกว่า เพราะไม่มีต้นทุนสวอปหรือความเสี่ยงจากการต่อสัญญาข้ามคืน (ดูมุมมองเทียบทั้งสองแบบเพิ่มเติมได้ใน เทรดทอง vs ซื้อทอง แบบไหนดีกว่ากัน)
ถ้าคุณต้องการเก็งกำไรระยะสั้นจากความผันผวนของราคาและรับความเสี่ยง Margin Call ได้ CFD เปิดโอกาสให้ทำแบบนั้นด้วยเงินทุนที่น้อยกว่า
ถ้าคุณมีเงินทุนจำกัดแต่อยากได้มูลค่าสถานะที่ใหญ่ CFD คือทางเดียวที่ทำได้ ทองคำแท่งต้องใช้เงินเต็มจำนวนตามมูลค่าที่ต้องการถือ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกวิธีไหนในการลงทุนทองคำโดยรวม ลองเทียบทางเลือกทั้งหมดใน การลงทุนทองคำ เปรียบเทียบ 5 วิธีทำกำไรพร้อมผลตอบแทนจริง
ถ้าคุณต้องการความคล่องตัวเข้าออกตลาดเร็ว CFD ตอบโจทย์มากกว่า แต่ต้องแลกกับความเสี่ยง Margin Call ที่ทองคำแท่งไม่มี
Margin Call คือการแจ้งเตือนให้เติมเงินเมื่อมาร์จิ้นในบัญชีต่ำกว่าระดับที่กำหนด ส่วน Stop Out คือจุดที่ต่ำกว่านั้น ซึ่งระบบจะบังคับปิดสถานะอัตโนมัติโดยไม่รอให้คุณตัดสินใจ
การถือครองและเลเวอเรจ ทองคำแท่งคือการเป็นเจ้าของทองจริงโดยไม่มีเลเวอเรจ ส่วน CFD คือสัญญาเก็งกำไรที่ใช้เลเวอเรจ ไม่มีทองจริงอยู่ในมือคุณเลย
ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใช้มากกว่าตัวสินทรัพย์เอง ทองคำเองผันผวนน้อยกว่าหุ้นรายตัวหรือคริปโตในภาพรวม แต่การเทรดทองผ่าน CFD ด้วยเลเวอเรจสูงเพิ่มความเสี่ยงให้สูงกว่าการถือทองคำแท่งธรรมดามาก
วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือลดเลเวอเรจลงจากที่โบรกเกอร์เสนอเป็นค่าเริ่มต้น ตั้ง Stop Loss ทุกครั้งก่อนเปิดสถานะแทนที่จะรอให้ระบบ Stop Out ให้ และเผื่อเงินสำรองในบัญชีไว้มากกว่ามาร์จิ้นขั้นต่ำที่โบรกเกอร์กำหนด เพราะการวางมาร์จิ้นพอดีเป๊ะคือสูตรที่ทำให้ Margin Call มาเร็วที่สุด
เทรดทอง CFD กับทองคำแท่งอ้างอิงราคาทองตัวเดียวกัน แต่ความเสี่ยงที่คุณแบกรับต่างกันโดยสิ้นเชิง CFD มีความเสี่ยง Margin Call และ Stop Out จากเลเวอเรจ ทองคำแท่งไม่มีความเสี่ยงจากกลไกนี้ แต่ต้องแลกกับสภาพคล่องที่ต่ำกว่าและต้นทุนแฝงจากส่วนต่างราคา เกณฑ์ใหม่ของ ธปท. ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่มีนาคม 2569 กำกับดูแลเฉพาะแพลตฟอร์มเทรดทองออนไลน์ที่ชำระเป็นเงินบาทในประเทศ ส่วนเทรด CFD ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศยังอยู่นอกกรอบกำกับดูแลของไทย
บทความนี้ให้ข้อมูลด้านกลไกและความเสี่ยงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล และไม่มีการรับประกันผลตอบแทนใดๆ ศึกษาเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์มและประเมินความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
TrustFinance
TrustFinance helps financial companies build credibility and traders make safer choices through verified profiles, authentic reviews, and research-driven insights.
บทความที่เกี่ยวข้อง