Loading
ชุมชน
TrustFinance ไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับอนุญาต และไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินใด ๆ ในภูมิภาคของคุณ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

TrustFinance Research Team
10월 20, 2025
4 min read
13.2K
ข้อมูล ณ ไตรมาส 2/2568
สวัสดีครับ Trustman มาพบกันอีกครั้งกับการวิเคราะห์หุ้นปันผลสูงในตลาดหุ้นไทย วันนี้ผมจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับหุ้นไทย 6 บริษัทที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงกว่า 10% ซึ่งเป็นหุ้นน่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหารายได้สม่ำเสมอจากการลงทุน สิ่งที่ทำให้หุ้นปันผลสูงเหล่านี้โดดเด่นคือประวัติการจ่ายปันผลที่ยาวนานและต่อเนื่อง ตั้งแต่ 6 ปีไปจนถึง 32 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของแต่ละบริษัท
ก่อนจะไปดูรายชื่อหุ้นปันผลสูงกัน ถ้าใครอยากเข้าใจแนวทางจัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะกับปี 2025 ลองอ่านบทความ “ถอดรหัสลับ! จัดพอร์ตหุ้นเอเชียยังไงให้รวยในปี 2025”
ดูครับ Trustman ได้รวบรวมมุมมองการลงทุนในภูมิภาคเอเชียที่ช่วยเสริมพอร์ตให้นักลงทุนได้ครบมิติยิ่งขึ้น
การพิจารณาหุ้นปันผลสูงในตลาดหุ้นไทยไม่ควรมองเพียงตัวเลขอัตราผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว ประวัติการจ่ายปันผลที่ยาวนานเป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถของบริษัทในการสร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอ แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน บริษัทที่จ่ายปันผลต่อเนื่องหลายปีมักมีโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง การบริหารจัดการที่ดี และสถานะทางการเงินที่มั่นคง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ในบริบทของหุ้นไทยวันนี้ การที่บริษัทมีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงเกิน 10% อาจเกิดจากหลายสาเหตุ บางกรณีเป็นผลจากการที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงในขณะที่บริษัทยังคงจ่ายปันผลในระดับเดิม บางกรณีอาจเป็นการจ่ายปันผลพิเศษจากเหตุการณ์เฉพาะ หรือบางบริษัทอาจมีนโยบายจ่ายปันผลในอัตราที่สูงเป็นพิเศษ การทำความเข้าใจที่มาของอัตราปันผลสูงจึงเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินความยั่งยืนของผลตอบแทน
บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) หรือ LANNA เป็นหุ้นปันผลสูงที่มีประวัติการจ่ายปันผลยาวนานที่สุดในกลุ่มนี้ถึง 32 ปี ด้วยอัตราเงินปันผลตอบแทน 14.84% ณ ไตรมาส 3/2568 LANNA ดำเนินธุรกิจการลงทุนในเหมืองถ่านหินที่ประเทศอินโดนีเซียและจำหน่ายถ่านหินให้กับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในเอเชีย เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

สิ่งที่น่าสนใจของ LANNA คือนโยบายการจ่ายปันผลที่ชัดเจนและเอื้อต่อผู้ถือหุ้น โดยกำหนดไว้ที่ไม่น้อยกว่า 60% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจถ่านหินของ LANNA มีความผันผวนสูงตามราคาถ่านหินในตลาดโลก ทำให้ผลประกอบการและความสามารถในการจ่ายปันผลมีความไม่แน่นอนในระดับหนึ่ง
การเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ปูนซิเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC เป็นปัจจัยที่น่าจับตามองสำหรับอนาคตของ LANNA การที่ SCCC ซึ่งเป็นผู้ใช้ถ่านหินรายใหญ่เข้ามาถือหุ้นนั้น อาจช่วยสร้างความมั่นคงด้านปริมาณการขายให้กับ LANNA ในระยะยาว แม้ว่าธุรกิจถ่านหินจะเผชิญกับแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ความต้องการใช้ถ่านหินในภูมิภาคเอเชียยังคงมีอยู่และคาดว่าจะยังคงต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง
บริษัท ทักษิณคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SCP เป็นหุ้นปันผลสูงอีกตัวหนึ่งในตลาดหุ้นไทยที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงถึง 19.61% โดยมีประวัติการจ่ายปันผลต่อเนื่องมา 18 ปี SCP ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง โดยเฉพาะเสาเข็มคอนกรีตซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในงานก่อสร้างทุกประเภท นอกจากนี้ยังให้บริการขนส่งและตอกเสาเข็มแบบครบวงจร

จุดเด่นของ SCP คือนโยบายการจ่ายปันผลที่โปร่งใสและชัดเจน โดยกำหนดอัตราการจ่ายไว้ระหว่าง 30-60% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษี นโยบายนี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์เงินปันผลในอนาคตได้จากผลประกอบการของบริษัท สถานะทางการเงินของ SCP ค่อนข้างแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพียง 0.29 เท่า ซึ่งแสดงถึงภาระหนี้สินที่ต่ำและความมั่นคงทางการเงิน
ธุรกิจของ SCP มีความสัมพันธ์โดยตรงกับวัฏจักรการก่อสร้างในประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชน หากรัฐบาลมีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการรถไฟฟ้า ทางด่วน หรือโครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะส่งผลบวกต่อรายได้และความสามารถในการจ่ายปันผลของบริษัท อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้มีความเสี่ยงจากการชะลอตัวของภาคก่อสร้างและความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลักอย่างปูนซิเมนต์และเหล็ก
บริษัท เอ็กโซติก ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO เป็นหุ้นปันผลสูงที่โดดเด่นในตลาดหุ้นไทยด้วยอัตราเงินปันผลตอบแทน 12.97% และมีประวัติการจ่ายปันผลต่อเนื่อง 11 ปี XO เป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสและอาหารไทย โดยมีสินค้าหลักคือซอสปรุงรสต่างๆ เครื่องแกง กะทิ และอาหารพร้อมรับประทาน ภายใต้แบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่าง EXOTIC FOOD, THAI PRIDE และ FLYING GOOSE

ผลการดำเนินงานของ XO โดดเด่นอย่างยิ่งในแง่ของความสามารถในการทำกำไร บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 50% และอัตรากำไรสุทธิ 28.39% ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรม งบดุลของ XO แข็งแกร่งมากด้วยอัตราส่วน D/E เพียง 0.17 เท่า แสดงถึงการเติบโตที่มาจากการนำกำไรกลับมาลงทุนเป็นหลัก โมเดลธุรกิจที่เน้นการส่งออกไปยังตลาดยุโรปเป็นหลัก (83.1% ของรายได้) และมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายครอบคลุมกว่า 70 ประเทศ ทำให้ XO ได้รับประโยชน์จากกระแสความนิยมอาหารไทยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งของ XO ทำให้การจ่ายปันผลมีความยั่งยืนสูง บริษัทสามารถเปลี่ยนกำไรส่วนใหญ่เป็นกระแสเงินสดอิสระเพื่อจ่ายคืนให้ผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและภาวะเศรษฐกิจโลก แต่แนวโน้มระยะยาวของการเติบโตของตลาดอาหารไทยในต่างประเทศยังคงสดใส
บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA เป็นหุ้นปันผลสูงในกลุ่มบริการขนส่ง มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 10.71% และจ่ายปันผลต่อเนื่องมา 9 ปี AMA ดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้าเหลวทั้งทางเรือและทางบก โดยธุรกิจขนส่งทางเรือให้บริการขนส่งน้ำมันปาล์มและน้ำมันพืชในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนธุรกิจขนส่งทางบกให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและไบโอดีเซล

ลักษณะเด่นของ AMA คือการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG โดยรายได้จากธุรกิจขนส่งทางบกกว่า 90% มาจากการให้บริการแก่ PTG ความสัมพันธ์นี้สร้างความมั่นคงของรายได้ให้กับ AMA แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายเดียวเป็นหลัก นโยบายการจ่ายปันผลของ AMA กำหนดไว้ที่ไม่น้อยกว่า 25% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ซึ่งให้ความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุน
แนวโน้มการเติบโตของ AMA ผูกพันกับการขยายธุรกิจของ PTG โดยเฉพาะการขยายธุรกิจขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Logistics) เพื่อรองรับร้านกาแฟพันธุ์ไทยและลูกค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม การขยายตัวนี้เป็นการต่อยอดจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจเดิมและเป็นการเข้าสู่ตลาดที่มีอัตรากำไรสูงกว่า สถานะทางการเงินของ AMA ค่อนข้างดีด้วยอัตราส่วน D/E ที่ 0.48 เท่า ซึ่งไม่สูงนักสำหรับธุรกิจที่ต้องลงทุนในกองเรือและรถบรรทุก
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI เป็นหุ้นปันผลสูงในกลุ่มธุรกิจจัดงานแสดงและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 10.63% และจ่ายปันผลต่อเนื่อง 8 ปี ธุรกิจหลักของ GPI คือการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ซึ่งสร้างรายได้ถึง 90% ของรายได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์

จุดเด่นที่สุดของ GPI คือสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง บริษัทมีอัตราส่วน D/E เพียง 0.14 เท่า และมีเงินสดในมือมากกว่าหนี้สิน สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งนี้ให้ความยืดหยุ่นสูงในการดำเนินกลยุทธ์และเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ผลประกอบการของบริษัทฟื้นตัวแข็งแกร่งหลังการระบาดของโควิด-19 โดยกำไรสุทธิในปี 2566 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี
ปัจจุบัน GPI อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ โดยมุ่งขยายธุรกิจไปสู่การจัดงานอีเวนต์นอกกลุ่มยานยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มไลฟ์สไตล์ กีฬา และความบันเทิง เช่น งานแฟนมีตติ้งศิลปิน คอนเสิร์ต และการแข่งขันกีฬา บริษัทตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจใหม่นี้ไว้ที่ 100 ล้านบาท การกระจายความเสี่ยงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการพึ่งพิงอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีความผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ
บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BUI เป็นหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงมากถึง 17.92% และมีประวัติการจ่ายปันผลต่อเนื่อง 6 ปี BUI ดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยครอบคลุมการรับประกันภัยรถยนต์ อัคคีภัย และประกันภัยทางทะเลและขนส่ง นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการให้เช่าพื้นที่สำนักงานเป็นรายได้เสริม

อัตราปันผลที่สูงผิดปกติของ BUI เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2567 ที่ 2.80 บาทต่อหุ้นนั้นสูงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในปี 2566 และ 2565 บริษัทมีการจ่ายทั้งหุ้นปันผลและเงินสดปันผลควบคู่กัน ซึ่งอาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการกระแสเงินสดในอดีต การเปลี่ยนมาจ่ายเงินสดในอัตราสูงอาจเป็นผลจากเหตุการณ์พิเศษ เช่น กำไรจากการขายสินทรัพย์หรือการลงทุน
ข้อมูลทางการเงินของ BUI ที่เข้าถึงได้ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ค่อนข้างจำกัด ซึ่งเป็นประเด็นด้านความโปร่งใสที่นักลงทุนควรพิจารณา อัตราส่วน D/E ที่ 0.58 เท่าต้องตีความในบริบทของธุรกิจประกันภัย ซึ่งหนี้สินส่วนใหญ่เป็นภาระผูกพันต่อผู้เอาประกันภัยมากกว่าหนี้สินจากการกู้ยืม แนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยจะเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจ ยอดขายรถยนต์ และการลงทุนในภาคก่อสร้าง แต่ความสามารถในการทำกำไรขึ้นอยู่กับค่าสินไหมทดแทนที่คาดเดาได้ยากและผลตอบแทนจากพอร์ตการลงทุน
ข้อมูลสรุปอัตราเงินปันผลตอบแทนและประวัติการจ่ายปันผล ณ ไตรมาส 3/2568:
การพิจารณาหุ้นปันผลสูงในตลาดหุ้นไทย ต้องมองให้ลึกกว่าแค่ตัวเลขอัตราผลตอบแทน แต่ควรเข้าใจ โมเดลธุรกิจ สุขภาพทางการเงิน และแนวโน้มอุตสาหกรรม ของแต่ละบริษัทอย่างรอบด้าน หุ้นไทยทั้ง 6 บริษัทนี้สะท้อนให้เห็นถึง โครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่หลากหลาย — ตั้งแต่ภาคการส่งออก พลังงาน โลจิสติกส์ การก่อสร้าง ไปจนถึงการประกันภัย ซึ่งแต่ละบริษัทต่างมี จุดแข็งและความท้าทายเฉพาะตัว
การศึกษาข้อมูลเชิงลึกเช่นนี้ จะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจ ความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนระยะยาว ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจเอเชียกำลังฟื้นตัวและเกิดกระแสการลงทุนใหม่ในปี 2025
หากคุณต้องการต่อยอดจากการวิเคราะห์หุ้นไทย ลองอ่านบทความ “10 หุ้นเอเชียที่น่าจับตามองในปี 2025” ที่ Trustman ได้รวบรวมไว้ เพื่อมองเห็นภาพรวมของหุ้นเด่นระดับภูมิภาค ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำคัญสำหรับการจัดพอร์ตในปีนี้
Trustman หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับการศึกษาและทำความเข้าใจหุ้นปันผลสูงในตลาดหุ้นไทย การลงทุนที่ดีต้องอาศัยการวิเคราะห์อย่างรอบคอบและการติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง พบกันใหม่กับการวิเคราะห์หุ้นไทยในโอกาสต่อไปครับ
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน
Source : https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/706-tsi-high-dividend-stocks-2025

TrustFinance Research Team
Official TrustFinance research and editorial team, sharing insights, analysis, and best practices to help financial companies and traders build transparency, credibility, and growth.
บทความที่เกี่ยวข้อง