TrustFinance เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และแม่นยำที่คุณสามารถพึ่งพาได้ หากคุณกำลังมองหาข้อมูลธุรกิจการเงิน ที่นี่คือสถานที่สำหรับคุณ แหล่งข้อมูลธุรกิจการเงินครบวงจร ความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

TrustFinance Research Team
3月 19, 2025
2 min read
75

ทฤษฎี Elliott Wave เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ในการคาดการณ์แนวโน้มของตลาดการเงิน ทฤษฎีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักเทรดและนักลงทุน เนื่องจากช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด การกำหนดจุดเข้า-ออกของการเทรด และการจัดการความเสี่ยง ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายถึงหลักการพื้นฐาน การนำไปประยุกต์ใช้ รวมถึงข้อดีและข้อจำกัดของทฤษฎี Elliott Wave
ทฤษฎี Elliott Wave คือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่อธิบายการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดการเงิน โดยระบุว่าราคามักเคลื่อนที่เป็นรูปแบบคลื่น 5 ลูกในทิศทางแนวโน้มหลัก และ 3 ลูกในทิศทางย้อนกลับ ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมและอารมณ์ของนักลงทุนที่มีแนวโน้มจะเกิดซ้ำในรูปแบบที่คาดการณ์ได้
สำหรับทฤษฎีนี้ ได้ถูกคิดค้นโดย Ralph Nelson Elliott นักบัญชีชาวอเมริกันในช่วงทศวรรษที่ 1930 เนื่องจาก Elliott ได้สังเกตเห็นว่าตลาดหุ้นมีการเคลื่อนไหวเป็นรูปแบบที่ซ้ำ ๆ กัน ทำให้ทฤษฎีนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการวิเคราะห์ตลาดการเงินทั่วโลก
การเคลื่อนไหวของราคาตามทฤษฎี Elliott Wave จะแบ่งการขึ้นลงของราคาเป็น 2 ช่วงหลัก คือ
1. Impulse Wave
คลื่นแบบ Impulse เป็นคลื่นที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางหลักของแนวโน้ม ประกอบด้วย 5 คลื่นย่อย โดยแต่ละคลื่นมีความสำคัญในการบ่งบอกพลังของแนวโน้ม
2. Correction Wave
คลื่นแบบ Corrective เป็นคลื่นที่เคลื่อนที่สวนทางกับแนวโน้มหลัก มักประกอบด้วย 3 คลื่นย่อย แสดงถึงการพักตัวของราคาก่อนที่จะเคลื่อนที่ต่อไป
คลื่นแบบ Zigzag เป็นการเคลื่อนที่แบบฟันปลาที่มีความชันสูง มักเกิดขึ้นในช่วงตลาดที่มีแรงขับเคลื่อนแรง ลักษณะเด่นของ Zigzag คือการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและรุนแรง มักพบในช่วงตลาดขาลงหรือช่วงตลาดที่มีข่าวกระทบรุนแรง เช่น ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ หรือช่วงที่มีการประกาศนโยบายสำคัญ
นักเทรดมักใช้รูปแบบนี้ในการหาจุดกลับตัวของตลาด เพราะหลังจากคลื่นแบบ Zigzag ผ่านพ้นไป มักจะเกิดการกลับตัวที่รุนแรงเช่นกัน
Flat เป็นรูปแบบการเคลื่อนที่ในแนวราบ ที่แสดงถึงความสมดุลระหว่างแรงซื้อและแรงขาย คลื่นทั้งสามมีขนาดใกล้เคียงกันและเคลื่อนที่ในแนวระนาบ มักพบในช่วงที่ตลาดอยู่ในภาวะพักตัวหรือรอปัจจัยใหม่ เช่น ช่วงก่อนการประกาศผลประกอบการบริษัท หรือช่วงก่อนการประชุมธนาคารกลาง นักลงทุนควรระมัดระวังการเทรดในช่วงนี้เพราะทิศทางไม่ชัดเจน แต่สามารถใช้เป็นโอกาสในการสะสมหุ้นระยะยาวได้
รูปแบบ Triangle มีความซับซ้อนมากกว่ารูปแบบอื่น โดยทั่วไปมักพบในช่วงท้ายของการเคลื่อนไหว และมักนำไปสู่การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ อีกทั้งรูปแบบ Triangle ยังมีอยู่หลายประเภท เช่น Symmetrical Triangle, Ascending Triangle และ Descending Triangle ซึ่งแต่ละแบบจะให้สัญญาณที่แตกต่างกัน นักเทรดมืออาชีพมักรอให้ราคาทะลุกรอบสามเหลี่ยมออกไปก่อนจึงเข้าเทรด เพราะจะมีโอกาสสำเร็จสูงกว่า

ทฤษฎี Elliott Wave มีกฎสำคัญ 3 ข้อที่สำคัญมาก ซึ่งกฎเหล่านี้จะช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถยืนยันการนับคลื่นได้อย่างถูกต้อง
นักเทรดและนักลงทุนสามารถใช้ทฤษฎี Elliott Wave ได้ในหลายด้าน
การระบุตำแหน่งของคลื่นปัจจุบันช่วยให้นักลงทุนเข้าใจว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงใดของวัฏจักร และสามารถคาดการณ์ทิศทางในอนาคตได้แม่นยำมากขึ้น อีกทั้งการเข้าใจลำดับของคลื่นยังจะช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดสิ้นสุดของแต่ละคลื่นเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับการตัดสินใจเข้าหรือออกจากตลาด นักเทรดสามารถใช้การนับคลื่นเพื่อหาจังหวะที่เหมาะสมในการทำกำไร
ทฤษฎีนี้ช่วยในการกำหนดจุด Stop Loss ที่เหมาะสมตามระดับการย่อตัวที่คาดการณ์ไว้ การเข้าใจรูปแบบของคลื่น จะช่วยให้นักลงทุนสามารถจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การมีเทคนิคเพื่อใช้วิเคราะห์ตลาดก่อนการเทรดมีความสำคัญอย่างมาก แต่การเลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากอยากรู้ว่าโบรกเกอร์ที่คุณสนใจมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร มาอ่านรีวิวโบรกเกอร์จากผู้ใช้จริงได้ที่ Trust Finance ไม่ว่าจะเป็นรีวิวโบรกเกอร์ดังอย่าง FXGT, Exness หรือ FBS และอื่น ๆ ก็มีให้อ่านครบ
***ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
ข้อมูลอ้างอิง

TrustFinance Research Team
Official TrustFinance research and editorial team, sharing insights, analysis, and best practices to help financial companies and traders build transparency, credibility, and growth.
บทความที่เกี่ยวข้อง
13 11月 2025
FOMC คืออะไร? ทำไมการประชุมเฟดสำคัญมาก
13 11月 2025
CPI คืออะไร? ทำไมเงินเฟ้อทำตลาดผันผวน