Asset Allocation คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่อนักลงทุน ?

TrustFinance Research Team
Sep 10, 2024
1 min read
718

Asset Allocation คืออะไร? มีข้อดี และเริ่มต้นทำได้อย่างไร ?
ไม่ว่านักลงทุนมือเก๋าหรือว่านักลงทุนมือใหม่ สิ่งหนึ่งที่ต้องทำอยู่เสมอก็คือ การกระจายความเสี่ยงในการลงทุนโดยการจัดพอร์ตการลงทุนให้มีความเหมาะสม เพื่อให้เราได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า และสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสมก็คือ การทำ Asset Allocation หรือการจัดสรรสินทรัพย์นั่นเอง
Asset Allocation คืออะไร ?
Asset Allocation หรือการจัดสรรสินทรัพย์ คือการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลากหลายประเภท แทนที่จะทุ่มเทเงินลงทุนทั้งหมดไปกับสินทรัพย์เพียงประเภทเดียว มีจุดประสงค์หลักเพื่อกระจายความเสี่ยง และสร้างโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนต้องสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหากสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งมีผลการดำเนินงานที่แย่ลง
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรตระหนักก็คือ “ไม่มีการลงทุนใดที่ให้ผลตอบแทนที่ดีเยี่ยมได้ในทุกช่วงเวลา” ดังนั้นหลัก Basic Asset Allocation ที่จำเป็นก็คือ การปรับเปลี่ยนหรือทบทวนพอร์ตการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยควรทำ Asset Allocation อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าพอร์ตการลงทุนของคุณยังคงสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน และระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้
ข้อดีของการทำ Asset Allocation
ลดความเสี่ยงของการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียว
การกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลายประเภทด้วยการทำ Asset Allocation คือวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด หากสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมีผลการดำเนินงานที่แย่ลง เนื่องจากสินทรัพย์แต่ละประเภทมีความเสี่ยงและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ต่างกัน จึงมักจะตอบสนองต่อสภาวะตลาดและเศรษฐกิจที่แตกต่างกันด้วย
ช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงิน
การจัดสรรสินทรัพย์ที่ดีจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ เพราะต้องคำนึงถึงเป้าหมายทางการเงินทั้งในระยะสั้นและระยะยาวของคุณ เพื่อให้สามารถวางแผนการลงทุนที่สอดคล้องกับความต้องการด้านการเงิน
สร้างพอร์ตการลงทุนที่มั่นคง
อีกหนึ่งข้อดีของการทำ Asset Allocation คือช่วยให้คุณมีพอร์ตการลงทุนที่หลากหลายและสมดุล ซึ่งช่วยให้คุณสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดีขึ้น และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาว

วิธีการทำ Asset Allocation
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการจัดสรรสินทรัพย์ และกระจายความเสี่ยงในการลงทุนด้วยการทำ Asset Allocation สามารถทำได้ด้วยขั้นตอนเหล่านี้
1. สำรวจตนเอง
ก่อนที่จะเริ่มจัดสรรสินทรัพย์ คุณจำเป็นต้องเข้าใจตัวเองให้ดีเสียก่อนว่าสามารถรับความเสี่ยงได้เท่าไร ต้องการผลตอบแทนแค่ไหน และมีความรู้ในการลงทุนและเข้าใจในสินทรัพย์แต่ละประเภทมากน้อยเพียงใด
2. เข้าใจความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภท
เนื่องจากสินทรัพย์แต่ละประเภทมีระดับความเสี่ยงและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อการจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสม จึงต้องเข้าใจความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภทที่ลงทุน โดยเราสามารถสรุปความต่างของสินทรัพย์ยอดนิยมได้ดังนี้
- หุ้น มีความเสี่ยงสูง แต่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงในระยะยาว
- พันธบัตรหรือตราสารหนี้ มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น ให้ผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอ
- เงินสด มีความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่ให้ผลตอบแทนต่ำและอาจไม่ชนะเงินเฟ้อในระยะยาว
- ฟอเร็กซ์ มีความเสี่ยงสูง และความผันผวนสูง แต่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงเช่นกัน
สำหรับการลงทุนทางเลือกอื่น ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์ หรือคริปโทเคอร์เรนซี อาจมีระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่หลากหลาย
3. จัดพอร์ตการลงทุนตามความเสี่ยงที่รับไหว
เมื่อเข้าใจถึงความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภทแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดพอร์ตการลงทุนตามความเสี่ยงที่รับไหว โดยสามารถแบ่งพอร์ตการลงทุนตามความเสี่ยงได้ 5 ระดับ ดังนี้
- ลงทุนแบบปกป้องเงินต้น (Capital Protection) เน้นการรักษาเงินต้นเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยที่สุด หรือผู้ที่ลงทุนระยะยาวเพื่อการออม
- ลงทุนเพื่อสร้างรายได้ (Income) เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เช่น พันธบัตร หุ้นปันผล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด
- ลงทุนแบบสร้างความสมดุลระหว่างการสร้างรายได้และการเติบโต (Balance หรือ Income & Growth) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งผลตอบแทนและการเติบโตของเงินลงทุน
- ลงทุนแบบสร้างการเติบโตของเงินทุน (Growth) เน้นการเติบโตของเงินลงทุนเป็นหลัก เหมาะกับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เพื่อโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น
- ลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่สูง (High Growth หรือ High Risk High Return) เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงสูงได้ เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูง แม้จะมีความผันผวนมากก็ตาม
4. รีวิวและปรับเปลี่ยนพอร์ตลงทุนเป็นประจำทุกปี
เพราะการจัดสรรสินทรัพย์ไม่ใช่สิ่งที่ทำครั้งเดียวแล้วได้ผลดีตลอดไป แต่เป็นกระบวนการที่ต้องมีการทบทวนและปรับปรุงอยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อทำ Asset Allocation ตามความเสี่ยงที่รับได้แล้ว ควรต้องรีวิวและปรับเปลี่ยนพอร์ตลงทุนเป็นประจำทุกปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในชีวิตหรือสภาวะตลาด เนื่องจากการทบทวนพอร์ตอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและเป้าหมายทางการเงินที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาได้
ก่อนลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างฟอเร็กซ์ทุกครั้ง ต้องอ่านรีวิวโบรกเกอร์จากผู้ใช้จริงที่ TrustFinance ก่อนตัดสินใจ มีให้เลือกครบทุกโบรกเกอร์ ไม่ว่าจะเป็นโบรกเกอร์ Exness, XM, FBS หรือโบรกเกอร์ IUX ก็มีรีวิวให้พิจารณา ค้นพบโบรกเกอร์ที่เหมาะกับสไตล์การลงทุนของตัวเองได้เลย
ข้อมูลอ้างอิง:
What Is Asset Allocation and Why Is It Important?. สืบค้นวันที่ 28 มิถุนายน 2567 จาก https://www.investopedia.com/terms/a/assetallocation.asp
Written by

TrustFinance Research Team
Official TrustFinance research and editorial team, sharing insights, analysis, and best practices to help financial companies and traders build transparency, credibility, and growth.
Best pick of the Week
Transforming CX into Business Growth – Get Your Free White Paper
Top 10 Cryptocurrencies Worth Investing in 2024-2025 Latest Update
The 5 Levels of Forex Broker License
Free 2025 Broker Reputation Report: Insights from Real Trader Reviews
Get a Free SMC E-Book: The Ultimate Trading Strategy for 2025! Worth $280




