TrustFinance เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และแม่นยำที่คุณสามารถพึ่งพาได้ หากคุณกำลังมองหาข้อมูลธุรกิจการเงิน ที่นี่คือสถานที่สำหรับคุณ แหล่งข้อมูลธุรกิจการเงินครบวงจร ความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

Thanakit Sutto
5月 29, 2025
2 min read
222

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2025 ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (U.S. Court of International Trade) ได้มีคำพิพากษายกเลิกนโยบายภาษีนำเข้าของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งประกาศใช้ภายใต้ชื่อ “Liberation Day Tariffs” โดยศาลระบุว่าการใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อนำมาใช้เก็บภาษีนำเข้านั้น เกินขอบเขตตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ภาษีดังกล่าวกำหนดอัตราภาษีนำเข้าทั่วไป 10% และเพิ่มภาษีพิเศษกับสินค้าจากประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ เช่น จีน เม็กซิโก แคนาดา และเวียดนาม โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นมาตรการเพื่อปกป้อง “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ”
แต่ศาลวินิจฉัยว่า “ความไม่สมดุลทางการค้าไม่ถือเป็นภัยคุกคามที่ผิดปกติและร้ายแรง” จึงไม่สามารถใช้กฎหมายฉบับนี้เพื่ออ้างอิงในการตั้งภาษีได้
หลังคำตัดสิน นักลงทุนในตลาดการเงินตอบรับอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในดัชนี Nasdaq-100 (NQ) และ S&P 500 (ES) ที่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:
การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสะท้อนความโล่งใจของนักลงทุนต่อความชัดเจนทางกฎหมายและความคาดหวังว่าความตึงเครียดทางการค้าจะลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า
ในทางกลับกัน ราคาทองคำปรับตัวลดลง โดยราคาทองคำสปอตลดลง 0.7% มาอยู่ที่ 3,268 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทองคำล่วงหน้า COMEX ลดลง 0.1% ปิดที่ 3,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการลดลงในระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์
สาเหตุสำคัญมาจากการลดความเสี่ยงของนักลงทุนและการโยกย้ายเงินลงทุนจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ไปยังสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยนักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการคลี่คลายข้อขัดแย้งด้านการค้า ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุน
คำตัดสินของศาลสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อหลายภาคส่วนในทันที:
แม้คำตัดสินครั้งนี้จะเป็นชัยชนะทางกฎหมายของผู้ค้านโยบายภาษีของทรัมป์ แต่ยังไม่ถือเป็นจุดสิ้นสุด เนื่องจากทีมกฎหมายของทรัมป์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลที่สูงขึ้น และคาดว่าคดีนี้อาจถึงขั้น ศาลฎีกาสหรัฐฯ ภายในปลายปีนี้
นอกจากนี้ บรรยากาศทางการเมืองของสหรัฐฯ ที่กำลังร้อนแรงใกล้เข้าสู่ปีเลือกตั้ง 2026 ทำให้ตลาดยังคงจับตาการเคลื่อนไหวของฝ่ายนโยบายอย่างใกล้ชิด
นักวิเคราะห์มองว่า คำตัดสินนี้เป็นมากกว่าการยกเลิกภาษี แต่นับเป็นการวางกรอบอำนาจของฝ่ายบริหารที่ชัดเจนในเรื่องนโยบายการค้าในอนาคต ซึ่งต้องอิงกับบทบัญญัติทางกฎหมายและอำนาจของรัฐสภา ไม่ใช่อำนาจเพียงฝ่ายเดียวของประธานาธิบดี
“นี่คือสัญญาณว่าอำนาจบริหารไม่สามารถกำหนดภาษีการค้าโลกได้โดยปราศจากการตรวจสอบทางกฎหมาย” — ความเห็นจากนักกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ
แหล่งอ้างอิง

Thanakit Sutto
Finance content writer with a passion for investing, believes that good knowledge empowers smart decisions.