วิธีใช้เครื่องมือจัดการความเสี่ยงของ MT4 / MT5 สำหรับป้องกันพอร์ตแตก

User profile image

TrustFinance Research Team

May 21, 2025

4 min read

12

วิธีใช้เครื่องมือจัดการความเสี่ยงของ MT4 / MT5 สำหรับป้องกันพอร์ตแตก

 

 

ตลาด Forex เต็มไปด้วยโอกาสการทำกำไรที่มหาศาลแต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงขาดทุนที่มากมายจนอาจล้างพอร์ตได้ ดังนั้นการที่เทรดเดอร์มีเครื่องจำกัดความเสี่ยงที่ดีจึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการลงทุนซึ่งจะมีให้เลือกใช้มากมายในโปรแกรม MetaTrader ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงจากเทรดเดอร์ทั่วโลก ในบทความนี้จะยกเครื่องมือจำกัดความเสี่ยงที่ได้รับความนิยมสูงมาอธิบายถึงวิธีการใช้และประโยชน์ที่ได้รับเพื่อป้องกันความเสี่ยง

 

 

เครื่องมือจำกัดความเสี่ยงคืออะไร?

 

ก่อนที่จะเริ่มไปรู้จักเครื่องมือต่าง ๆ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเครื่องมือจำกัดความเสี่ยง คือ เครื่องมือที่ช่วยดำเนินการลดความเสี่ยงจากการขาดทุนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วส่งผลต่อพอร์ตลงทุน

 

เครื่องมือจำกัดความเสี่ยงคืออะไร?

ภาพที่มา : https://mtrading.com/th/education/articles/forex-strategy/forex-risk-management-strategies-explained-th

 

การซื้อขายในตลาด Forex ย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าจะต้องได้รับกำไรสม่ำเสมออย่างแน่นอน สิ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้ที่จะช่วยไม่ให้นักลงทุนจะต้องขาดทุนหนักจนล้างพอร์ต

 

 

เครื่องมือจำกัดความเสี่ยงใน MT4 / MT5

  1. Stop Loss

 

ระบบปิดสถานะคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติ เมื่อราคาเคลื่อนไหวไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับคำสั่งซื้อขาย ระบบจะทำการสั่งปิดออเดอร์โดยอัตโนมัติ การใช้เครื่องมือนี้จะช่วยจำกัดความเสี่ยงสูญเสียเงินในบัญชีทั้งหมด

 

เครื่องมือจำกัดความเสี่ยงใน MT4 / MT5

ภาพที่มา : https://sakainvest.com/take-profit-and-stop-loss/

 

วิธีการใช้งาน Stop Loss

 

วิธีที่ 1 - ตั้งขนาด Stop Loss พร้อมตั้ง Order ซื้อขาย

 

คลิกขวาในบริเวณกราฟราคา > Trading > New Order > จะขึ้นหน้าต่างกรอกรายละเอียดการซื้อขาย ซึ่งจะมีช่องกรอกขนาด Stop Loss ปรากฏอยู่ด้วยให้กรอกขนาดที่ต้องการ

 

วิธีที่ 1 - ตั้งขนาด Stop Loss พร้อมตั้ง Order ซื้อขาย

 

วิธีที่ 2 - ลากระดับ Stop Loss ผ่านกราฟราคาโดยตรง

 

ก่อนหน้านี้เทรดเดอร์จะต้องทำการเปิดออเดอร์ให้เรียบร้อยถึงจะใช้วิธีนี้ได้ และเมื่อเปิดออเดอร์เรียบร้อยจะมีขั้นตอนดังนี้

 

  • คลิกซ้ายค้างบนเส้นประที่ปรากฏในกราฟราคา

 

วิธีที่ 1 - ตั้งขนาด Stop Loss พร้อมตั้ง Order ซื้อขาย

ภาพที่มา : https://blackbull.com/th/support/how-to-add-a-stop-loss-and-take-profit-in-mt5-2/

 

  • เมื่อคลิกซ้ายค้างแล้วลากเมาส์อยู่ในบริเวณโซนแนวรับ เส้นราคาจะปรากฏสำหรับกำหนดราคา Stop Loss ซึ่งผู้ใช้งานสามารถลากเส้น Stop Loss ไว้ในระดับราคาที่กำหนดได้เลย

 

ภาพที่มา : https://sakainvest.com/take-profit-and-stop-loss/

 

  1. Take Profit

 ระบบปิดออเดอร์เพื่อทำกำไรโดยอัตโนมัติ เป็นการคาดการณ์ผลกำไรไว้ล่วงหน้าว่าระดับราคาของสินทรัพย์จะต้องเคลื่อนที่ไปถึงจุดที่คาดการณ์ไว้

 

Take Profit

ภาพที่มา : https://sakainvest.com/take-profit-and-stop-loss/

 

วิธีการใช้งาน Take Profit

 

วิธีที่ 1 - ตั้งขนาด Take Profit พร้อมตั้ง Order ซื้อขาย

 

คลิกขวาในบริเวณกราฟราคา > Trading > New Order > จะขึ้นหน้าต่างกรอกรายละเอียดการซื้อขาย ซึ่งจะมีช่องกรอกขนาด Take Profit ปรากฏอยู่ด้วยให้กรอกขนาดที่ต้องการ

 

Take Profit

 

วิธีที่ 2 - ลากระดับ Take Profit ผ่านกราฟราคาโดยตรง

 

ก่อนหน้านี้เทรดเดอร์จะต้องทำการเปิดออเดอร์ให้เรียบร้อยถึงจะใช้วิธีนี้ได้ และเมื่อเปิดออเดอร์เรียบร้อยจะมีขั้นตอนดังนี้

 

  • คลิกซ้ายค้างบนเส้นประที่ปรากฏในกราฟราคา

 

Take Profit

ภาพที่มา : https://blackbull.com/th/support/how-to-add-a-stop-loss-and-take-profit-in-mt5-2/

 

  • เมื่อคลิกซ้ายค้างแล้วลากเมาส์อยู่ในบริเวณโซนแนวต้าน เส้นราคาจะปรากฏสำหรับกำหนดราคา Take Profit ซึ่งผู้ใช้งานสามารถลากเส้น Take Profit ไว้ในระดับราคาที่กำหนดได้เลย

 

Take Profit

ภาพที่มา : https://sakainvest.com/take-profit-and-stop-loss/

 

 

  1. Trailing Stop

เป็นระบบกลไกเสมือนการเลื่อน Stop Loss แบบอัตโนมัติ โดยจะมีระยะห่างตามจำนวนจุดที่กำหนดไว้ ถ้าเราได้กำไรเส้น Trailing Stop ก็จะเลื่อนตามไปโดยเว้นระยะห่างตามจำนวนจุดที่เรากำหนดไว้ แต่เมื่อไหร่ที่กำไรลดลงเส้น Trailing Stop จะยังคงอยู่จุดสุดท้ายที่เลื่อนตามมานั่นเอง โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้งานเมื่อตลาดมีความผันผวน โดยสามารถเรียกใช้งานด้วยคำสั่งต่อไปนี้

 

คลิกขวาบนแถบคำสั่งซื้อขายของ Toolbox > Trailing Stop > กำหนดจุด Trailing Stop

 

Trailing Stop

ภาพที่มา : https://www.junjao.com/board/index.php?topic=97035.0

 

ยกตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์เปิดคำสั่ง Buy ที่คู่เงิน USDJPY ณ ราคา 148.500 และตั้ง Take Profit ที่ 149.00 โดยตั้ง Trailing Stop อยู่ที่ 100 จุด

 

ต่อมาราคาเส้นราคาได้พุ่งขึ้นไปยัง 148.900 แต่ต่อมาราคาได้กลับตัวลงมาอยู่ที่ 148.800 ทำให้ออเดอร์ถูกปิดสถานะโดยอัตโนมัติและเทรดเดอร์จะยังคงทำกำไรจาก 300 จุด 

 

 

สรุป

 

ในตลาด Forex มีความเสี่ยงมากมายหลายอย่างที่ส่งผลให้บัญชีซื้อขายของเทรดเดอร์ต่างโดนล้างพอร์ต จึงเป็นเหตุผลให้แพลตฟอร์มการลงทุนจะต้องมีเครื่องมือจัดการความเสี่ยง ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดทุนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อพอร์ตลงทุน อีกทั้งเป็นเครื่องมือที่เทรดเดอร์ Forex ทุกคนควรทำความเข้าใจและวิธีใช้งานให้ถ่องแท้

 

โดยเครื่องมือจัดการความเสี่ยงของ MT4 / MT5 ที่ได้รับความนิยมจะมีทั้งหมด 3 อย่างได้แก่ Stop Loss, Take Profit และ Traling Stop เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยปิดสถานะคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติเพื่อจำกัดความเสี่ยงเอาไว้

 

 

 


 

แหล่งที่มา:

https://blackbull.com/th/support/how-to-add-a-stop-loss-and-take-profit-in-mt5-2/

https://skilling.com/row/th/blog/trading-articles/what-is-risk-management/

https://hmarkets.com/th/kalyutha-samrab-brihan-khwam-siyang/

https://sakainvest.com/take-profit-and-stop-loss/

https://www.bravotradeacademy.com/knowledge/support-resistance/

https://get.exness.help/hc/th/articles/360014744199-Trailing-Stop

https://www.youtube.com/watch?v=MvF0rotD220

https://www.junjao.com/board/index.php?topic=97035.0

 

เขียนโดย

User profile image

TrustFinance Research Team

Official TrustFinance research and editorial team, sharing insights, analysis, and best practices to help financial companies and traders build transparency, credibility, and growth.

แท็ก: