TrustFinance is trustworthy and accurate information you can rely on. If you are looking for financial business information, this is the place for you. All-in-One source for financial business information. Our priority is our reliability.

TrustFinance Research Team
Nov 24, 2023
6 min read
532

พื้นฐาน การเทรด Forex เป็นสิ่งที่นักเทรดมือใหม่จำเป็นต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนการเทรด เพื่อที่จะสามารถทำกำไรจากการเทรด Forex ได้และเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราได้รวบรวมความรู้พื้นฐานในการเทรด Forex ที่นักเทรดจำเป็นต้องรู้ไว้ในบทความนี้

ฟอเร็กซ์ (Forex) ย่อมาจาก Foreign Exchange คือ ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน (Foreign Exchange Market) หรือเรียกว่าตลาดเงิน (Money Market) เป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างกัน 2 สกุลขึ้นไป โดยอาศัยอัตราแลกเปลี่ยนเป็นตัวกำหนดราคา
ตลาดฟอเร็กซ์เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงถึงหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จึงเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูง หมายความว่าสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์
หลักการเทรดฟอเร็กซ์คือ การคาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงิน 2 สกุลจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด หากคาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะสูงขึ้น เทรดเดอร์ก็จะซื้อสกุลเงินนั้นไว้ และเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนสูงขึ้นจริงๆ เทรดเดอร์ก็จะขายสกุลเงินนั้นออกไปเพื่อทำกำไร
ตัวอย่างเช่น หากเทรดเดอร์คาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะสูงขึ้น เทรดเดอร์ก็จะซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯไว้ และเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนสูงขึ้นจริงๆ เทรดเดอร์ก็จะขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯออกไปเพื่อทำกำไร
เทรดฟอเร็กซ์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ
การเทรดฟอเร็กซ์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินมีความผันผวนสูง หากเทรดเดอร์คาดการณ์ผิดพลาด อาจทำให้ขาดทุนได้
ก่อนเริ่มต้นเทรดฟอเร็กซ์ เทรดเดอร์ควรควรศึกษาแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อลดโอกาสในการขาดทุน รวมถึงศึกษาข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ดังนี้:
การเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดใน การเทรด Forex คือการเข้าใจศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดนี้อย่างถูกต้อง นอกจากคำศัพท์ทั่วไป เช่น ซื้อ-ขาย หรือ กำไร-ขาดทุน คุณควรทราบถึงคำศัพท์ Forex ที่เป็นพื้นฐาน เพื่อให้คุณสามารถเข้าใจความหมายของข้อมูลทางการเงินในตลาดนี้ได้ดีขึ้น
| ศัพท์ Forex | ความหมาย |
| Spot Forex | รูปแบบการซื้อขาย Forex ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อและขายสกุลเงินจริง คุณสามารถซื้อเงิน GBP และแลกเป็นเงิน EUR และเมื่อมูลค่าของเงิน GBP เพิ่มขึ้น ก็สามารถแลกเงิน EUR เป็น GBP ได้มากขึ้นอีกเมื่อเทียบกับเงินที่ใช้ในการซื้อในตอนแรก |
| CFD | สัญญาซื้อขายส่วนต่าง เป็นสัญญาที่ใช้เพื่อแสดงความเคลื่อนไหวของราคาตราสารทางการเงิน ในแง่ของ Forex จะใช้แทนการซื้อและขายสกุลเงินจำนวนมาก โดยคุณสามารถใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคาโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นๆ นอกเหนือจากฟอเร็กซ์แล้ว CFD ยังมีให้บริการในหุ้น ดัชนี พันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์ และสกุลเงินดิจิตอล (คริปโต) ในทุกกรณี ทำให้คุณสามารถซื้อขายในการเคลื่อนไหวของราคาตราสารเหล่านี้โดยไม่ต้องซื้อจริงๆ |
| Pip | หน่วยพื้นฐานในราคาของคู่สกุลเงินหรือ 0.0001 ของราคาที่เสนอในคู่สกุลเงิน (ที่ไม่ใช่ JPY) ดังนั้น เมื่อราคาเสนอซื้อสำหรับคู่ EUR/USD เปลี่ยนจาก 1.16667 เป็น 1.16677 จึงมีความแตกต่าง 1 pip. |
| Spread | ความแตกต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายของคู่สกุลเงิน คู่สกุลเงินยอดนิยมมักจะมีสเปรดต่ำ (อาจน้อยกว่า pip!) สำหรับคู่ที่ไม่เป็นที่นิยมนักก็มักสเปรดที่จะสูงขึ้นมาก ดังนั้นการซื้อขาย Forex ให้ได้กำไร จะต้องมีมูลค่าของคู่สกุลเงินมากกว่าค่าสเปรด |
| Margin | เงินที่เก็บไว้ในบัญชีซื้อขายในขณะที่เปิดการซื้อขาย แต่เนื่องจากเทรดเดอร์ Forex รายย่อย ส่วนมากมีมาร์จิ้นที่ไม่สูงพอที่จะทำกำไรได้ดี โบรกเกอร์ Forex จึงมีเลเวอเรจเพื่อสร้างโอกาสให้ลูกค้าได้มากขึ้น |
| Leverage | เป็นเงินทุนที่โบรกเกอร์ Forex จัดหาให้เพื่อเพิ่มปริมาณการซื้อขายที่ลูกค้าสามารถทำได้ |
| Bear Market (ตลาดหมี) | เมื่อตลาดหุ้นเคลื่อนไหวในเทรนด์ขาลง. เมื่อราคาหุ้นลดลง ราคาหุ้นก็ร่วงลึกและเร็ว จึงถือว่าเป็นขาลงอย่างมาก |
| Bull Market (ตลาดกระทิง) | สิ่งที่ตรงข้ามกับตลาดหมี เป็นช่วงที่ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงที่ราคาหุ้นขึ้นนั่นเอง |
| Beta (เบต้า) | เป็นเมตริกที่ระบุความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นกับการเคลื่อนไหวของตลาดทั้งหมด. ค่า Beta ที่วัดได้ 1.5 = ตลาดเคลื่อนไหว 1 จุด หรือหุ้นนี้เคลื่อนไหว 1.5 จุด หรือกลับกัน |
| Broker | นายหน้าคือบุคคลหรือบริษัทที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อและขายตราสารผ่านแพลตฟอร์มของตน โดยมีค่าคอมมิชชั่นในการดำเนินการ |
| Bid | การเสนอราคาหรือการซื้อด้วยราคาที่เทรดเดอร์ยินดีจ่ายต่อหุ้น และเป็นราคาที่ผู้ขายยินดีขายหุ้นให้ |
| Day Trading | กลยุทธ์การซื้อขายระยะสั้น การซื้อและขายของเทรดเดอร์ภายในหนึ่งวัน |
| ตลาดหุ้น | สถานที่ที่มีการซื้อขาย โดยมี 2 ตลาดหุ้นยอดนิยมคือ NASDAQ และ New York Stock Exchange (NYSE) |
เมื่อคุณรู้จักกับศัพท์ที่ใช้ในตลาด Forex ได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการทราบถึงการใช้โปรแกรมเทรด Forex ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการทำกำไร ควรทำความเข้าใจในการใช้แพลตฟอร์มที่คุณเลือกที่จะทำธุรกรรม
ในโลกการเทรด Forex ทุกวันนี้, การทราบถึงโปรแกรมการเทรดที่มีคุณภาพเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อให้คุณสามารถทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากความเข้าใจในศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเทรด Forex แล้ว เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับโปรแกรมที่สำคัญและวิธีการส่งคำสั่งซื้อขายในตลาดนี้

ในการเลือกใช้แพลตฟอร์มการเทรด, คุณควรทราบถึงความสามารถและความสะดวกสบายของแต่ละแพลตฟอร์ม บางโปรแกรมอาจมีการจัดเตรียมข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์ที่ดี, ในขณะที่อื่นๆ อาจมีการปรับแต่งอำนาจการเทรดที่มากมาย โปรแกรมที่ดีควรมีการใช้งานง่ายและมีการสนับสนุนที่ดีจากผู้ให้บริการ
การส่งคำสั่งซื้อขายในตลาด Forex เป็นกระบวนการที่ควรทราบถึงอย่างละเอียด เริ่มต้นจากการเลือกคู่สกุลเงินที่ต้องการทำธุรกรรม และกำหนดปริมาณการซื้อขาย คำสั่งสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ เช่น คำสั่งทันที (market order) หรือคำสั่งรอ (pending order)
การจัดการรายการเทรดเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อผลกำไรและขาดทุน ควรทราบถึงการตั้ง Stop Loss และ Take Profit เพื่อควบคุมความเสี่ยง รวมถึงการใช้การจัดการการเทรดเพื่อลดความเสี่ยงในกรณีที่ตลาดเปลี่ยนแปลงไม่คาดฝัน
โปรแกรมการเทรดที่ดีควรมีเครื่องมือวิเคราะห์ที่ช่วยในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นกราฟแท่งเทียน, ดัชนี, หรืออินดิเคเตอร์ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้คุณทราบถึงสถานะปัจจุบันของตลาดและทำให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การคำนวณกำไรและขาดทุนเป็นส่วนสำคัญในการเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จ คุณต้องรู้วิธีทำความเข้าใจกับกำไรที่คุณสามารถทำได้ และการจัดการขาดทุนในกรณีที่ตลาดเคลื่อนไหวไม่ตามที่คุณคาดหวัง
สูตรคำนวณกำไร
ในกรณีที่คุณซื้อ (Long Position): กำไร=(ราคาปิด−ราคาเปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรมกำไร=(ราคาปิด−ราคาเปิด)×ปริมาณการทำกำไร
สำหรับการขาย (Short Position): กำไร=(ราคาเปิด−ราคาปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรมกำไร=(ราคาเปิด−ราคาปิด)×ปริมาณการทำกำไร
ตัวอย่างการคำนวณกำไร
คุณทำธุรกรรมคู่สกุลเงิน EUR/USD โดยซื้อที่ราคา 1.2000 และขายที่ราคา 1.2050 และท่านมีปริมาณการทำธุรกรรม 1,000 หน่วย กำไร=(1.2050−1.2000)×1,000=50หน่วยเงินตราหลังหักค่าสเปรดแล้ว
กำไร=(1.2050−1.2000)×1,000=50หน่วยเงินตราหลังหักค่าสเปรดแล้ว
สูตรคำนวณขาดทุน
ในกรณีที่คุณซื้อ (Long Position): ขาดทุน=(ราคาปิด−ราคาเปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรมขาดทุน=(ราคาปิด−ราคาเปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรม
สำหรับการขาย (Short Position): ขาดทุน=(ราคาเปิด−ราคาปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรมขาดทุน=(ราคาเปิด−ราคาปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรม
ตัวอย่างการคำนวณขาดทุน
ถ้าคุณทำธุรกรรมคู่สกุลเงิน USD/JPY โดยซื้อที่ราคา 110.00 และขายที่ราคา 109.50 และท่านมีปริมาณการทำธุรกรรม 500 หน่วย ขาดทุน=(110.00−109.50)×500=250หน่วยเงินตราหลังหักค่าสเปรดแล้ว
ขาดทุน=(110.00−109.50)×500=250หน่วยเงินตราหลังหักค่าสเปรดแล้ว
การจัดการกำไร-ขาดทุนเป็นส่วนสำคัญของการเทรด เพื่อควบคุมความเสี่ยง คุณสามารถใช้ Stop Loss เพื่อกำหนดระดับที่คุณยอมรับการขาดทุนได้ และ Take Profit เพื่อกำหนดระดับกำไรที่คุณต้องการ
การเลือกไทม์เฟรมที่เหมาะสมเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้การวิเคราะห์กราฟ Forex เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในแพลตฟอร์ม MT5, คุณสามารถเลือกกราฟที่ต้องการในรูปแบบที่หลากหลาย ได้แก่ กราฟแท่งเทียน, กราฟเส้น, และกราฟบาร์ชาร์ท ซึ่งแต่ละรูปแบบนั้นมีข้อดีและข้อเสียต่างๆ ซึ่งคุณสามารถเลือกตามความต้องการและสะดวกสบายของคุณได้

กราฟแท่งเทียนเป็นรูปแบบที่มีความนิยมสูงในการวิเคราะห์ Forex และมีข้อดีมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่รูปแบบของกราฟ แต่เป็น “ไทม์เฟรม” หรือช่วงเวลาที่คุณเลือก
กราฟเส้นเป็นรูปแบบที่แสดงราคาที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ซึ่งมีความเรียบง่ายและชัดเจน มักนิยมในการแสดงราคาที่ถูกบันทึกลงในระยะเวลาที่ยาวนาน
กราฟบาร์ชาร์ทเป็นรูปแบบที่แสดงข้อมูลด้วยบาร์แท่งแต่ละตัว โดยแต่ละบาร์จะแสดงราคาเปิด, ปิด, สูงสุด, และต่ำสุด ซึ่งช่วยในการวิเคราะห์ทิศทางของตลาดได้อย่างชัดเจน
นอกจากรูปแบบกราฟ, สิ่งที่มีผลมากที่สุดในการทำธุรกรรม Forex คือ “ไทม์เฟรม” หรือช่วงเวลาที่คุณเลือกทำการวิเคราะห์ มีหลายระดับขึ้นอยู่กับการทำธุรกรรมของคุณ
การเลือกระดับไทม์เฟรมที่เหมาะสมกับรูปแบบการเทรดของคุณจะช่วยให้คุณมีการวิเคราะห์ที่ถูกต้องและเป็นประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ฟอเร็กซ์เป็นตลาดการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีศักยภาพในการทำกำไรสูงเช่นกัน เทรดเดอร์ควรศึกษาข้อมูลและแนวทางการลงทุนอย่างรอบคอบก่อนเริ่มต้นเทรด สิ่งสำคัญที่เทรดเดอร์ควรคำนึงถึงก่อนเริ่มต้นเทรดฟอเร็กซ์ มีดังนี้
นอกจากนี้ เทรดเดอร์ควรเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและให้บริการที่ดี มีสภาพคล่องสูง ค่าสเปรดต่ำ และมีค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม
สรุปแล้ว ฟอเร็กซ์เป็นตลาดการลงทุนที่มีศักยภาพในการทำกำไรสูง แต่เทรดเดอร์ควรศึกษาข้อมูลและแนวทางการลงทุนอย่างรอบคอบก่อนเริ่มต้นเทรด เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน
บทความอื่นๆเกี่ยวกับ การเทรด Forex
5 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับตลาด Forex
เปิดมุมมอง! ธุรกิจสีเทาในไทย Forex ผิดกฎหมายไหม ?
A-Book vs B-Book: เลือกแบบไหนดี?
ระวัง! 5 ประโยคล่อลวงของสแกมเมอร์ Forex

TrustFinance Research Team
Official TrustFinance research and editorial team, sharing insights, analysis, and best practices to help financial companies and traders build transparency, credibility, and growth.
Related Articles

04 Apr 2026
Five EU Nations Push for Energy Windfall Tax