TrustFinance is trustworthy and accurate information you can rely on. If you are looking for financial business information, this is the place for you. All-in-One source for financial business information. Our priority is our reliability.

TrustFinance Research Team
Nov 24, 2023
6 min read
531

พื้นฐาน การเทรด Forex เป็นสิ่งที่นักเทรดมือใหม่จำเป็นต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนการเทรด เพื่อที่จะสามารถทำกำไรจากการเทรด Forex ได้และเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราได้รวบรวมความรู้พื้นฐานในการเทรด Forex ที่นักเทรดจำเป็นต้องรู้ไว้ในบทความนี้

ฟอเร็กซ์ (Forex) ย่อมาจาก Foreign Exchange คือ ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน (Foreign Exchange Market) หรือเรียกว่าตลาดเงิน (Money Market) เป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างกัน 2 สกุลขึ้นไป โดยอาศัยอัตราแลกเปลี่ยนเป็นตัวกำหนดราคา
ตลาดฟอเร็กซ์เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงถึงหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จึงเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูง หมายความว่าสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์
หลักการเทรดฟอเร็กซ์คือ การคาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงิน 2 สกุลจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด หากคาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะสูงขึ้น เทรดเดอร์ก็จะซื้อสกุลเงินนั้นไว้ และเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนสูงขึ้นจริงๆ เทรดเดอร์ก็จะขายสกุลเงินนั้นออกไปเพื่อทำกำไร
ตัวอย่างเช่น หากเทรดเดอร์คาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะสูงขึ้น เทรดเดอร์ก็จะซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯไว้ และเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนสูงขึ้นจริงๆ เทรดเดอร์ก็จะขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯออกไปเพื่อทำกำไร
เทรดฟอเร็กซ์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ
การเทรดฟอเร็กซ์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินมีความผันผวนสูง หากเทรดเดอร์คาดการณ์ผิดพลาด อาจทำให้ขาดทุนได้
ก่อนเริ่มต้นเทรดฟอเร็กซ์ เทรดเดอร์ควรควรศึกษาแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อลดโอกาสในการขาดทุน รวมถึงศึกษาข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ดังนี้:
การเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดใน การเทรด Forex คือการเข้าใจศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดนี้อย่างถูกต้อง นอกจากคำศัพท์ทั่วไป เช่น ซื้อ-ขาย หรือ กำไร-ขาดทุน คุณควรทราบถึงคำศัพท์ Forex ที่เป็นพื้นฐาน เพื่อให้คุณสามารถเข้าใจความหมายของข้อมูลทางการเงินในตลาดนี้ได้ดีขึ้น
| ศัพท์ Forex | ความหมาย |
| Spot Forex | รูปแบบการซื้อขาย Forex ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อและขายสกุลเงินจริง คุณสามารถซื้อเงิน GBP และแลกเป็นเงิน EUR และเมื่อมูลค่าของเงิน GBP เพิ่มขึ้น ก็สามารถแลกเงิน EUR เป็น GBP ได้มากขึ้นอีกเมื่อเทียบกับเงินที่ใช้ในการซื้อในตอนแรก |
| CFD | สัญญาซื้อขายส่วนต่าง เป็นสัญญาที่ใช้เพื่อแสดงความเคลื่อนไหวของราคาตราสารทางการเงิน ในแง่ของ Forex จะใช้แทนการซื้อและขายสกุลเงินจำนวนมาก โดยคุณสามารถใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคาโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นๆ นอกเหนือจากฟอเร็กซ์แล้ว CFD ยังมีให้บริการในหุ้น ดัชนี พันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์ และสกุลเงินดิจิตอล (คริปโต) ในทุกกรณี ทำให้คุณสามารถซื้อขายในการเคลื่อนไหวของราคาตราสารเหล่านี้โดยไม่ต้องซื้อจริงๆ |
| Pip | หน่วยพื้นฐานในราคาของคู่สกุลเงินหรือ 0.0001 ของราคาที่เสนอในคู่สกุลเงิน (ที่ไม่ใช่ JPY) ดังนั้น เมื่อราคาเสนอซื้อสำหรับคู่ EUR/USD เปลี่ยนจาก 1.16667 เป็น 1.16677 จึงมีความแตกต่าง 1 pip. |
| Spread | ความแตกต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายของคู่สกุลเงิน คู่สกุลเงินยอดนิยมมักจะมีสเปรดต่ำ (อาจน้อยกว่า pip!) สำหรับคู่ที่ไม่เป็นที่นิยมนักก็มักสเปรดที่จะสูงขึ้นมาก ดังนั้นการซื้อขาย Forex ให้ได้กำไร จะต้องมีมูลค่าของคู่สกุลเงินมากกว่าค่าสเปรด |
| Margin | เงินที่เก็บไว้ในบัญชีซื้อขายในขณะที่เปิดการซื้อขาย แต่เนื่องจากเทรดเดอร์ Forex รายย่อย ส่วนมากมีมาร์จิ้นที่ไม่สูงพอที่จะทำกำไรได้ดี โบรกเกอร์ Forex จึงมีเลเวอเรจเพื่อสร้างโอกาสให้ลูกค้าได้มากขึ้น |
| Leverage | เป็นเงินทุนที่โบรกเกอร์ Forex จัดหาให้เพื่อเพิ่มปริมาณการซื้อขายที่ลูกค้าสามารถทำได้ |
| Bear Market (ตลาดหมี) | เมื่อตลาดหุ้นเคลื่อนไหวในเทรนด์ขาลง. เมื่อราคาหุ้นลดลง ราคาหุ้นก็ร่วงลึกและเร็ว จึงถือว่าเป็นขาลงอย่างมาก |
| Bull Market (ตลาดกระทิง) | สิ่งที่ตรงข้ามกับตลาดหมี เป็นช่วงที่ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงที่ราคาหุ้นขึ้นนั่นเอง |
| Beta (เบต้า) | เป็นเมตริกที่ระบุความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นกับการเคลื่อนไหวของตลาดทั้งหมด. ค่า Beta ที่วัดได้ 1.5 = ตลาดเคลื่อนไหว 1 จุด หรือหุ้นนี้เคลื่อนไหว 1.5 จุด หรือกลับกัน |
| Broker | นายหน้าคือบุคคลหรือบริษัทที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อและขายตราสารผ่านแพลตฟอร์มของตน โดยมีค่าคอมมิชชั่นในการดำเนินการ |
| Bid | การเสนอราคาหรือการซื้อด้วยราคาที่เทรดเดอร์ยินดีจ่ายต่อหุ้น และเป็นราคาที่ผู้ขายยินดีขายหุ้นให้ |
| Day Trading | กลยุทธ์การซื้อขายระยะสั้น การซื้อและขายของเทรดเดอร์ภายในหนึ่งวัน |
| ตลาดหุ้น | สถานที่ที่มีการซื้อขาย โดยมี 2 ตลาดหุ้นยอดนิยมคือ NASDAQ และ New York Stock Exchange (NYSE) |
เมื่อคุณรู้จักกับศัพท์ที่ใช้ในตลาด Forex ได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการทราบถึงการใช้โปรแกรมเทรด Forex ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการทำกำไร ควรทำความเข้าใจในการใช้แพลตฟอร์มที่คุณเลือกที่จะทำธุรกรรม
ในโลกการเทรด Forex ทุกวันนี้, การทราบถึงโปรแกรมการเทรดที่มีคุณภาพเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อให้คุณสามารถทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากความเข้าใจในศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเทรด Forex แล้ว เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับโปรแกรมที่สำคัญและวิธีการส่งคำสั่งซื้อขายในตลาดนี้

ในการเลือกใช้แพลตฟอร์มการเทรด, คุณควรทราบถึงความสามารถและความสะดวกสบายของแต่ละแพลตฟอร์ม บางโปรแกรมอาจมีการจัดเตรียมข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์ที่ดี, ในขณะที่อื่นๆ อาจมีการปรับแต่งอำนาจการเทรดที่มากมาย โปรแกรมที่ดีควรมีการใช้งานง่ายและมีการสนับสนุนที่ดีจากผู้ให้บริการ
การส่งคำสั่งซื้อขายในตลาด Forex เป็นกระบวนการที่ควรทราบถึงอย่างละเอียด เริ่มต้นจากการเลือกคู่สกุลเงินที่ต้องการทำธุรกรรม และกำหนดปริมาณการซื้อขาย คำสั่งสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ เช่น คำสั่งทันที (market order) หรือคำสั่งรอ (pending order)
การจัดการรายการเทรดเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อผลกำไรและขาดทุน ควรทราบถึงการตั้ง Stop Loss และ Take Profit เพื่อควบคุมความเสี่ยง รวมถึงการใช้การจัดการการเทรดเพื่อลดความเสี่ยงในกรณีที่ตลาดเปลี่ยนแปลงไม่คาดฝัน
โปรแกรมการเทรดที่ดีควรมีเครื่องมือวิเคราะห์ที่ช่วยในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นกราฟแท่งเทียน, ดัชนี, หรืออินดิเคเตอร์ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้คุณทราบถึงสถานะปัจจุบันของตลาดและทำให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การคำนวณกำไรและขาดทุนเป็นส่วนสำคัญในการเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จ คุณต้องรู้วิธีทำความเข้าใจกับกำไรที่คุณสามารถทำได้ และการจัดการขาดทุนในกรณีที่ตลาดเคลื่อนไหวไม่ตามที่คุณคาดหวัง
สูตรคำนวณกำไร
ในกรณีที่คุณซื้อ (Long Position): กำไร=(ราคาปิด−ราคาเปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรมกำไร=(ราคาปิด−ราคาเปิด)×ปริมาณการทำกำไร
สำหรับการขาย (Short Position): กำไร=(ราคาเปิด−ราคาปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรมกำไร=(ราคาเปิด−ราคาปิด)×ปริมาณการทำกำไร
ตัวอย่างการคำนวณกำไร
คุณทำธุรกรรมคู่สกุลเงิน EUR/USD โดยซื้อที่ราคา 1.2000 และขายที่ราคา 1.2050 และท่านมีปริมาณการทำธุรกรรม 1,000 หน่วย กำไร=(1.2050−1.2000)×1,000=50หน่วยเงินตราหลังหักค่าสเปรดแล้ว
กำไร=(1.2050−1.2000)×1,000=50หน่วยเงินตราหลังหักค่าสเปรดแล้ว
สูตรคำนวณขาดทุน
ในกรณีที่คุณซื้อ (Long Position): ขาดทุน=(ราคาปิด−ราคาเปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรมขาดทุน=(ราคาปิด−ราคาเปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรม
สำหรับการขาย (Short Position): ขาดทุน=(ราคาเปิด−ราคาปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรมขาดทุน=(ราคาเปิด−ราคาปิด)×ปริมาณการทำธุรกรรม
ตัวอย่างการคำนวณขาดทุน
ถ้าคุณทำธุรกรรมคู่สกุลเงิน USD/JPY โดยซื้อที่ราคา 110.00 และขายที่ราคา 109.50 และท่านมีปริมาณการทำธุรกรรม 500 หน่วย ขาดทุน=(110.00−109.50)×500=250หน่วยเงินตราหลังหักค่าสเปรดแล้ว
ขาดทุน=(110.00−109.50)×500=250หน่วยเงินตราหลังหักค่าสเปรดแล้ว
การจัดการกำไร-ขาดทุนเป็นส่วนสำคัญของการเทรด เพื่อควบคุมความเสี่ยง คุณสามารถใช้ Stop Loss เพื่อกำหนดระดับที่คุณยอมรับการขาดทุนได้ และ Take Profit เพื่อกำหนดระดับกำไรที่คุณต้องการ
การเลือกไทม์เฟรมที่เหมาะสมเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้การวิเคราะห์กราฟ Forex เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในแพลตฟอร์ม MT5, คุณสามารถเลือกกราฟที่ต้องการในรูปแบบที่หลากหลาย ได้แก่ กราฟแท่งเทียน, กราฟเส้น, และกราฟบาร์ชาร์ท ซึ่งแต่ละรูปแบบนั้นมีข้อดีและข้อเสียต่างๆ ซึ่งคุณสามารถเลือกตามความต้องการและสะดวกสบายของคุณได้

กราฟแท่งเทียนเป็นรูปแบบที่มีความนิยมสูงในการวิเคราะห์ Forex และมีข้อดีมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่รูปแบบของกราฟ แต่เป็น “ไทม์เฟรม” หรือช่วงเวลาที่คุณเลือก
กราฟเส้นเป็นรูปแบบที่แสดงราคาที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ซึ่งมีความเรียบง่ายและชัดเจน มักนิยมในการแสดงราคาที่ถูกบันทึกลงในระยะเวลาที่ยาวนาน
กราฟบาร์ชาร์ทเป็นรูปแบบที่แสดงข้อมูลด้วยบาร์แท่งแต่ละตัว โดยแต่ละบาร์จะแสดงราคาเปิด, ปิด, สูงสุด, และต่ำสุด ซึ่งช่วยในการวิเคราะห์ทิศทางของตลาดได้อย่างชัดเจน
นอกจากรูปแบบกราฟ, สิ่งที่มีผลมากที่สุดในการทำธุรกรรม Forex คือ “ไทม์เฟรม” หรือช่วงเวลาที่คุณเลือกทำการวิเคราะห์ มีหลายระดับขึ้นอยู่กับการทำธุรกรรมของคุณ
การเลือกระดับไทม์เฟรมที่เหมาะสมกับรูปแบบการเทรดของคุณจะช่วยให้คุณมีการวิเคราะห์ที่ถูกต้องและเป็นประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ฟอเร็กซ์เป็นตลาดการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีศักยภาพในการทำกำไรสูงเช่นกัน เทรดเดอร์ควรศึกษาข้อมูลและแนวทางการลงทุนอย่างรอบคอบก่อนเริ่มต้นเทรด สิ่งสำคัญที่เทรดเดอร์ควรคำนึงถึงก่อนเริ่มต้นเทรดฟอเร็กซ์ มีดังนี้
นอกจากนี้ เทรดเดอร์ควรเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและให้บริการที่ดี มีสภาพคล่องสูง ค่าสเปรดต่ำ และมีค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม
สรุปแล้ว ฟอเร็กซ์เป็นตลาดการลงทุนที่มีศักยภาพในการทำกำไรสูง แต่เทรดเดอร์ควรศึกษาข้อมูลและแนวทางการลงทุนอย่างรอบคอบก่อนเริ่มต้นเทรด เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน
บทความอื่นๆเกี่ยวกับ การเทรด Forex
5 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับตลาด Forex
เปิดมุมมอง! ธุรกิจสีเทาในไทย Forex ผิดกฎหมายไหม ?
A-Book vs B-Book: เลือกแบบไหนดี?
ระวัง! 5 ประโยคล่อลวงของสแกมเมอร์ Forex

TrustFinance Research Team
Official TrustFinance research and editorial team, sharing insights, analysis, and best practices to help financial companies and traders build transparency, credibility, and growth.
Related Articles