TrustFinance เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และแม่นยำที่คุณสามารถพึ่งพาได้ หากคุณกำลังมองหาข้อมูลธุรกิจการเงิน ที่นี่คือสถานที่สำหรับคุณ แหล่งข้อมูลธุรกิจการเงินครบวงจร ความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

TrustFinance Global Insights
2月 27, 2026
1 min read
16

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์ด้วยการขาดทุนที่น่าสังเกต เนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนเปลี่ยนเป็นเชิงลบ เมื่อสิ้นสุดการซื้อขาย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 1.05% ดัชนี S&P 500 ก็ลดลงเช่นกัน โดยเสียไป 0.43% ขณะที่ดัชนี NASDAQ Composite ที่เน้นเทคโนโลยีลดลง 0.92%
การปรับตัวลดลงเป็นไปอย่างกว้างขวาง โดยมีสาเหตุหลักมาจากความอ่อนแออย่างมีนัยสำคัญในภาคการเงิน เทคโนโลยี และสินค้าอุปโภคบริโภค ข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนแสดงให้เห็นถึงภาวะตลาดที่เป็นลบ โดยหุ้นที่ลดลงมีจำนวนมากกว่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก หุ้น 1,619 ตัวลดลง เทียบกับ 1,114 ตัวที่เพิ่มขึ้น ดัชนีความผันผวน CBOE ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นมาตรวัดความกลัวของตลาด เพิ่มขึ้น 6.55% สู่ระดับ 19.85 ซึ่งบ่งชี้ถึงความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุน
หุ้นบลูชิพหลายตัวประสบกับการลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลให้ดาวโจนส์ลดลง บริษัท American Express เป็นผู้แพ้รายสำคัญ โดยลดลง 7.91% ตามมาด้วย Goldman Sachs Group Inc ซึ่งลดลง 7.40% ในทางตรงกันข้าม บริษัท Merck & Company Inc สวนกระแส โดยเพิ่มขึ้น 3.73% ในส่วนอื่น ๆ Dell Technologies Inc เป็นหุ้นที่โดดเด่นในดัชนี S&P 500 โดยพุ่งขึ้น 21.93%
การปิดตลาดในเชิงลบเมื่อวันศุกร์สะท้อนถึงแรงกดดันในการขายที่แพร่หลายในภาคเศรษฐกิจหลัก นักลงทุนจะจับตาดูตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและรายงานผลประกอบการของบริษัทที่กำลังจะมาถึงอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นแนวทางเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางของตลาด
ถาม: ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ใดบ้างที่ลดลงในวันศุกร์?
ตอบ: ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 1.05%, S&P 500 ลดลง 0.43% และ NASDAQ Composite ลดลง 0.92%
ถาม: ภาคส่วนใดบ้างที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดลดลง?
ตอบ: การลดลงมีสาเหตุหลักมาจากการขาดทุนในภาคการเงิน เทคโนโลยี และสินค้าอุปโภคบริโภค
ที่มา: Investing.com

TrustFinance Global Insights
AI-assisted editorial team by TrustFinance curating reliable financial and economic news from verified global sources.
บทความที่เกี่ยวข้อง