ชุมชน
TrustFinance เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และแม่นยำที่คุณสามารถพึ่งพาได้ หากคุณกำลังมองหาข้อมูลธุรกิจการเงิน ที่นี่คือสถานที่สำหรับคุณ แหล่งข้อมูลธุรกิจการเงินครบวงจร ความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

TrustFinance Global Insights
4月 29, 2026
1 min read
43

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ระดับสูงกำลังเรียกร้องมาตรการใหม่เพื่อปกป้องสายเคเบิลสื่อสารใต้ทะเลที่สำคัญ ซึ่งรองรับข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั่วโลกถึง 99% จากการก่อวินาศกรรม การเรียกร้องนี้เน้นย้ำถึงความกังวลด้านความมั่นคงของชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพาดพิงถึงรัสเซียและจีนในเหตุการณ์ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้
คณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภากำลังพิจารณาถึงความเปราะบางของสายเคเบิลใต้ทะเลกว่า 400 เส้น ซึ่งมีความสำคัญต่อการเชื่อมต่อทั่วโลก ตามที่วุฒิสมาชิก Jim Risch กล่าว มีเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมที่ต้องสงสัยอย่างน้อยแปดครั้งในทะเลบอลติกตั้งแต่ปี 2022 โดยเชื่อว่ารัสเซียเป็นผู้กระทำผิดที่น่าจะเป็นไปได้ ความกังวลเหล่านี้ขยายไปถึงภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ซึ่งเรือของจีนถูกกล่าวหาว่าตัดสายเคเบิลที่เชื่อมต่อกับหมู่เกาะ Matsu ของไต้หวันในปี 2023
การหยุดชะงักของสายเคเบิลใต้ทะเลก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ตลาดการเงิน และการสื่อสารระหว่างประเทศ การก่อวินาศกรรมขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการส่งข้อมูลอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดน และบ่อนทำลายเสถียรภาพของอุตสาหกรรมที่พึ่งพาดิจิทัล ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้อาจนำไปสู่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในด้านความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานและทางเลือกการสื่อสารผ่านดาวเทียม
รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังก้าวไปสู่จุดยืนที่แข็งกร้าวมากขึ้นในการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล นโยบายในอนาคตอาจรวมถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น เช่น ข้อเสนอของ FCC ที่จะห้ามเทคโนโลยีจีนในโครงการสายเคเบิลใหม่ที่เชื่อมต่อกับสหรัฐฯ โดยจะมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือระหว่างประเทศและการสร้างระบบที่ยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อลดผลกระทบจากการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น
ถาม: เหตุใดสายเคเบิลใต้ทะเลจึงมีความสำคัญมาก?
ตอบ: สายเคเบิลเหล่านี้เป็นกระดูกสันหลังของอินเทอร์เน็ตทั่วโลก โดยรองรับการรับส่งข้อมูลระหว่างประเทศทั้งหมดถึง 99% รวมถึงธุรกรรมทางการเงิน การสื่อสาร และบริการคลาวด์
ถาม: ประเทศใดบ้างที่ถูกระบุว่าเป็นภัยคุกคามหลัก?
ตอบ: การพิจารณาได้กล่าวถึงรัสเซียและจีนอย่างชัดเจนว่าเป็นผู้กระทำหลักที่ต้องสงสัยว่ากำลังพัฒนาขีดความสามารถในการกำหนดเป้าหมายและก่อวินาศกรรมโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญนี้
ที่มา: Investing.com

TrustFinance Global Insights
AI-assisted editorial team by TrustFinance curating reliable financial and economic news from verified global sources.
บทความที่เกี่ยวข้อง