TrustFinance เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และแม่นยำที่คุณสามารถพึ่งพาได้ หากคุณกำลังมองหาข้อมูลธุรกิจการเงิน ที่นี่คือสถานที่สำหรับคุณ แหล่งข้อมูลธุรกิจการเงินครบวงจร ความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

TrustFinance Global Insights
3月 09, 2026
1 min read
15

เพื่อตอบสนองต่อความเป็นไปได้ที่รัฐบาลทรัมป์จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ายา 100% บริษัทเภสัชกรรมยักษ์ใหญ่ระดับโลกกำลังเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและการลงทุนในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทต่างๆ กำลังเร่งดำเนินโครงการและกักตุนสินค้าคงคลังเพื่อลดความเสี่ยง ไฟเซอร์ได้รับการยกเว้นภาษีโดยการลงทุน 7 หมื่นล้านดอลลาร์ในการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการผลิตภายในประเทศ ในทำนองเดียวกัน แอสตร้าเซเนก้ามีแผนลงทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 และเมอร์คได้ลงทุนไปแล้วกว่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์ บริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ เช่น อีไล ลิลลี่, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และโรช ก็ได้ให้คำมั่นว่าจะลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อขยายการดำเนินงานในสหรัฐฯ สร้างโรงงานใหม่ และสร้างงานหลายพันตำแหน่ง
การลงทุนจำนวนมหาศาลนี้จะช่วยเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานทางการแพทย์ของสหรัฐฯ และสร้างงานจำนวนมากในหลายรัฐ เช่น นอร์ทแคโรไลนา, เวอร์จิเนีย และเพนซิลเวเนีย แม้ว่าเป้าหมายเร่งด่วนคือการหลีกเลี่ยงภาษี แต่ผลกระทบระยะยาวอาจนำไปสู่อุตสาหกรรมยาภายในประเทศที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อราคายาและการเข้าถึงยาสำหรับผู้บริโภคชาวอเมริกันในอนาคต
ภาคเภสัชกรรมกำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ห่วงโซ่อุปทานเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า นักลงทุนและผู้บริโภคจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าการลงทุนภายในประเทศเหล่านี้จะส่งผลต่อต้นทุนยาและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานอย่างไรต่อไป
คำถาม: ทำไมผู้ผลิตยาถึงลงทุนอย่างหนักในสหรัฐฯ?
คำตอบ: พวกเขากำลังดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้ายาแบรนด์เนมที่เสนอไว้ 100% และเพื่อเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศของตน
คำถาม: การลงทุนเหล่านี้มีขนาดเท่าใด?
คำตอบ: บริษัทต่างๆ เช่น ไฟเซอร์, เมอร์ค และแอสตร้าเซเนก้า ได้ลงทุนรวมกันกว่าแสนล้านดอลลาร์เพื่อขยายการวิจัย, พัฒนา และโรงงานผลิตในสหรัฐฯ
ที่มา: Investing.com

TrustFinance Global Insights
AI-assisted editorial team by TrustFinance curating reliable financial and economic news from verified global sources.