TrustFinance เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และแม่นยำที่คุณสามารถพึ่งพาได้ หากคุณกำลังมองหาข้อมูลธุรกิจการเงิน ที่นี่คือสถานที่สำหรับคุณ แหล่งข้อมูลธุรกิจการเงินครบวงจร ความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

TrustFinance Global Insights
Mar 15, 2026
1 min read
174

ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้อิหร่านกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในการแก้ไขปัญหาการหยุดชะงักอย่างรุนแรงในตลาดพลังงานโลก การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านได้หยุดการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 20% ของอุปทานทั่วโลก ทำให้เกิดความไม่แน่นอนอย่างไม่เคยมีมาก่อนสำหรับทั้งผู้ซื้อและผู้ผลิต
วิกฤตการณ์ครั้งนี้ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้นถึง 60% ผู้ผลิตรายใหญ่ถูกบังคับให้ลดกำลังการผลิต โดยคาดการณ์ว่าการลดกำลังการผลิตรวมในตะวันออกกลางอยู่ที่ 7-10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 7-10% ของความต้องการทั่วโลก ซาอุดีอาระเบียลดกำลังการผลิตลง 20% ขณะที่อิรักลดกำลังการผลิตลง 70% ในขณะเดียวกัน กาตาร์ได้หยุดการผลิต LNG โดยสิ้นเชิง ทำให้ลดอุปทานทั่วโลกลง 20%
นักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่ในอุตสาหกรรมเห็นพ้องต้องกันว่า การฟื้นฟูเสถียรภาพของตลาดต้องอาศัยมากกว่าการรับรองทางทหาร การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนขึ้นอยู่กับการที่อิหร่านรับประกันการเดินเรืออย่างปลอดภัย จนกว่าจะถึงเวลานั้น ความเชื่อมั่นในเส้นทางอุปทานในภูมิภาคยังคงพังทลายลง บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่ยาวนานของความผันผวนของตลาดและค่าประกันที่สูงขึ้น แม้ว่าปฏิบัติการทางทหารจะยุติลงแล้วก็ตาม
ถาม: ทำไมอิหร่านจึงเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขวิกฤตพลังงาน?
ตอบ: การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำหรับน้ำมันและ LNG ทั่วโลกถึง 20% ทำให้อิหร่านมีความสามารถที่จะทำให้การจัดหาพลังงานส่วนสำคัญของโลกเป็นอัมพาตได้
ถาม: การลดกำลังการผลิตมีขนาดเท่าใด?
ตอบ: การผลิตน้ำมันรวมในตะวันออกกลางลดลง 7-10 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยมีการลดกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญจากผู้ผลิตชั้นนำของ OPEC รวมถึงซาอุดีอาระเบีย อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ที่มา: Investing.com

TrustFinance Global Insights
AI-assisted editorial team by TrustFinance curating reliable financial and economic news from verified global sources.
บทความที่เกี่ยวข้อง