Loading

ใหม่
TH
ชุมชน
TrustFinance ไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับอนุญาต และไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินใด ๆ ในภูมิภาคของคุณ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
TrustFinance
Nov 04, 2026
4 min read
1

การเข้าถึงสภาพคล่องของตลาดการเงินระดับโลกเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมตลาดสามารถกระจายความเสี่ยงข้ามพรมแดนได้ ทว่าสำหรับผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศไทย โอกาสเหล่านี้มักเริ่มต้นขึ้นหลังเลิกงาน เพราะการเทรดตราสารทุนต่างประเทศตอนกลางคืนไม่ใช่เพียงเรื่องของการปรับตัวตามเวลา (Timezone) แต่เป็นจังหวะเวลาที่ตลาดขนาดใหญ่อย่างนิวยอร์กและแนสแด็ก (NYSE / NASDAQ) เริ่มเปิดรับคำสั่งซื้อขาย บทความนี้จะมาอธิบายถึงโครงสร้างกลไกตลาดต่างประเทศเทียบกับเวลาประเทศไทยอย่างละเอียด พร้อมทั้งไขความเข้าใจเกี่ยวกับ “ต้นทุนทางการเงิน” ตั้งแต่สเปรด ค่าคอมมิชชัน ไปจนถึงค่าธรรมเนียมถือครองข้ามคืน เพื่อสร้างความเข้าใจที่โปร่งใสและเป็นรากฐานในการเลือกแพลตฟอร์มการเงินที่รองรับการเข้าถึงหลายสินทรัพย์

ความเข้าใจเรื่องเวลาทำการของตลาดเป็นขั้นตอนแรกในการเข้าถึงสภาพคล่องและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากราคาที่ไม่โปร่งใส ประเทศไทยใช้เวลามาตรฐานอินโดจีน ตลอดทั้งปีโดยไม่มีการปรับเวลาตามฤดูกาล (Daylight Saving Time หรือ DST) ในขณะที่กลไกเวลาของสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรปมีการปรับตั้งนาฬิกาปีละ 2 ครั้ง ส่งผลให้ช่องว่างของเวลาเกิดการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
โครงสร้างเวลาทำการของตลาดหลักระดับโลกเมื่อเทียบกับเวลาประเทศไทย มีรายละเอียดดังนี้:
| ตลาด (Market) | เวลาท้องถิ่น | เวลาประเทศไทย (ช่วงเวลามาตรฐาน) | เวลาประเทศไทย (ช่วง DST) | หมายเหตุ |
| ตลาดนิวยอร์กและแนสแด็ก (NYSE / NASDAQ) - เวลาทำการปกติ | 9:30 AM – 4:00 PM ET | 21:30 – 04:00 น. (ข้ามวัน) | 20:30 – 03:00 น. (ข้ามวัน) | เวลาไทยจะเร็วขึ้น 1 ชั่วโมงในช่วง DST (EDT) เนื่องจาก ICT เร็วกว่า EDT 11 ชั่วโมง และเร็วกว่า EST 12 ชั่วโมง |
| ตลาดนิวยอร์กและแนสแด็ก - ช่วงก่อนเปิดตลาด (Pre-Market) | 4:00 AM – 9:30 AM ET | 16:00 – 21:30 น. | 15:00 – 20:30 น. | ขยับตามวงจร DST ของสหรัฐอเมริกา โดยจะเป็นช่วงประมาณเดือนมีนาคม - พฤศจิกายน |
| ตลาดนิวยอร์กและแนสแด็ก - ช่วงหลังปิดตลาด (After Hours) | 4:00 PM – 8:00 PM ET | 04:00 – 08:00 น. | 03:00 – 07:00 น. | ขยับตามวงจร DST ของสหรัฐอเมริกา โดยจะเป็นช่วงประมาณเดือนมีนาคม - พฤศจิกายน |
| ตลาดลอนดอน (London Stock Exchange) | 8:00 AM – 4:30 PM GMT/BST | 15:00 – 23:30 น. (GMT) | 14:00 – 22:30 น. (BST) | ขยับตามวงจร DST ของยุโรป โดยจะเป็นช่วงประมาณเดือนมีนาคม - ตุลาคม |
| ตลาดโตเกียว (Tokyo Stock Exchange) | 9:00 AM – 11:30 AM JST และ 12:30–3:30 PM JST | 07:00 – 09:30 น. และ 10:30 - 13:30 น. | 07:00 – 09:30 น. และ 10:30 - 13:30 น. | ไม่มีการปรับเวลา DST ช่วงพักกลางวัน: 09:30 – 10:30 น. (เวลาไทย) |
| ตลาดฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange) | 9:30 AM – 4:00 PM HKT | 08:30 – 15:00 น. | 08:30 – 15:00 น. | ไม่มีการปรับเวลา DST ช่วงพักกลางวัน: 11:00 – 12:00 น. (เวลาไทย) |
จากข้อมูลตารางข้างต้น ตลาดนิวยอร์กและแนสแด็กมีเวลาทำการคาบเกี่ยวในช่วงหัวค่ำจนถึงเช้ามืดของเวลาประเทศไทยอย่างชัดเจน ารทำความเข้าใจกลไกปรับเวลาตามฤดูกาล (DST) จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้วางแผนและกำหนดช่วงเวลาวิเคราะห์ตลาดได้อย่างรัดกุม
เมื่อพูดถึงการจัดพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) สามารถเปรียบเทียบได้กับการจัดทีมกีฬา ที่ผู้เล่นแต่ละคนย่อมมีหน้าที่และจุดเด่นต่างกัน ในโลกการเงินก็เช่นกัน การศึกษาและนำสินทรัพย์ต่างประเภทมาผสมผสานกันเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป โดย "ทองคำ" และ "ดัชนีหุ้น" ถือเป็นสองสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจ ซึ่งมีธรรมชาติ กลไกทางเศรษฐศาสตร์ และหน้าที่ในพอร์ตที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจว่าแต่ละสินทรัพย์ทำงานอย่างไร จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของการจัดการความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น ดูเพิ่มเติม
1. ธรรมชาติและกลไกของทองคำ (XAU หรือ Gold) ทองคำจัดอยู่ในหมวดหมู่สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างจากสินทรัพย์ประเภทที่สร้างกระแสเงินสด (เช่น หุ้นที่จ่ายปันผล หรือพันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ย)
2. ธรรมชาติและกลไกของดัชนีหุ้น (Equity Indices) ดัชนีหุ้นไม่ใช่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ทำหน้าที่เสมือน "ตะกร้า" ที่รวบรวมหุ้นของหลายบริษัทเข้าไว้ด้วยกันตามเกณฑ์ที่กำหนด
หากเปรียบเทียบกับการทำงานของรถยนต์ ดัชนีหุ้นทำหน้าที่เสมือน "เครื่องยนต์" ที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าตามสภาวะเศรษฐกิจ ในขณะที่ทองคำเปรียบเสมือน "โช้คอัพ" หรือระบบกันสะเทือน ที่แม้จะไม่ได้ช่วยให้ทำความเร็วเพิ่มขึ้น แต่ทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกเมื่อต้องเผชิญกับเส้นทางที่ขรุขระหรือสภาวะตลาดที่ผันผวนได้แต่ไม่ใช่กับทุกสภาวะ
การมองข้ามโครงสร้างต้นทุนมักเป็นสาเหตุที่ทำให้เผชิญกับค่าใช้จ่ายแอบแฝง อย่างไม่รู้ตัว โครงสร้างต้นทุนการทำธุรกรรมประกอบด้วยตัวแปรสำคัญหลายส่วนที่ทำงานร่วมกัน การทำความเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นในการประเมินจุดคุ้มทุนได้ครอบคลุม โดยสามารถแบ่งโครงสร้างหลักออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้
1. สเปรด (Spread) คือส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อ (Buy) และราคาเสนอขาย (Sell) ต้นทุนส่วนนี้เป็นเสมือนด่านแรกที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อมีการเปิดสถานะ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมในประเภทสินทรัพย์ใดก็ตาม
2. ค่าคอมมิชชั่น (Commission) เป็นค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บแยกต่างหาก โดยคำนวณตามสัดส่วนมูลค่าการทำธุรกรรมตามแต่ที่ผู้ให้บริการกำหนด ข้อควรรู้ที่สำคัญคือ ตราสารทุนต่างประเทศ (Stock CFD) อาจมีโครงสร้างค่าคอมมิชชั่นแยกออกมาตามแต่ผู้ให้บริการ ในขณะที่ดัชนี (Index) หรือสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) บางตัวอาจจะไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมส่วนนี้แยก แต่จะรวบรวมไว้ในสเปรดแทน ทั้งนี้เป็นไปตามผู้ให้บริการ จำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม
3. ค่าธรรมเนียมถือครองข้ามคืน (Overnight Financing หรือ Swap) ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เกิดขึ้นเมื่อถือครองสถานะข้ามวันทำการ โดยมักคำนวณจาก Notional Exposure และอัตราอ้างอิงนั้น ๆ แล้วแต่ผู้ให้บริการ ความน่าสนใจคือค่าธรรมเนียมข้ามคืนอาจมีสถานะเป็นบวกหรือลบก็ได้ ขึ้นอยู่กับทิศทางสถานะที่ถือครอง เพื่ออธิบายให้เข้าใจง่าย นี่คือตัวอย่างการคิดค่าธรรมเนียมข้ามคืนของตราสาร Apple (AAPL) ไว้ที่อัตราร้อยละ 0.1 ต่อวัน หากเปิดสถานะมูลค่า $13,500 เป็นระยะเวลา 7 วัน ค่าธรรมเนียมตามหลักคณิตศาสตร์จะเท่ากับ 0.1% × 7 × $13,500 = $94.50 โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าธรรมเนียมข้ามคืนมักมีตัวเลขประเมินเบื้องต้นอยู่ในช่วง $2-$10 ต่อหนึ่งขนาดสัญญามาตรฐาน (Standard Lot) ต่อคืน ซึ่งตัวเลขนี้จะผันแปรไปตามข้อกำหนดของแต่ละแพลตฟอร์ม
4. ต้นทุนรวมรอบธุรกรรม (Total Round-trip Cost) คือผลรวมของสเปรดและค่าคอมมิชชันทั้งหมด ทั้งในจังหวะเปิดและปิดสถานะ มูลค่ารวมส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นจุดประเมินความคุ้มทุนเริ่มต้น หมายความว่าระดับราคาในตลาดจะขยับผ่านต้นทุนส่วนนี้ไปก่อนจึงจะเริ่มแสดงมูลค่าส่วนเพิ่มให้เห็น ดูเพิ่มเติม

การแสวงหาความคล่องตัวในการสลับสับเปลี่ยนระหว่างประเภทสินทรัพย์ เป็นกลยุทธ์พื้นฐานของผู้เข้าร่วมตลาด การกระจายคำสั่งซื้อขายผ่านระบบที่แยกส่วนกันมักก่อให้เกิดข้อจำกัดทางบัญชี และความล่าช้าในการเข้าถึงข้อมูล แพลตฟอร์มการเงินแบบครบวงจร สามารถลดปัญหานี้โดยมอบความสามารถในการเข้าถึงตลาดที่หลากหลายภายในสภาพแวดล้อมเดียว เกณฑ์การพิจารณาผู้ให้บริการพิจารณาจาก 4 มิติหลัก ดังนี้
โครงสร้างต้นทุน เวลาทำการ และข้อมูลทางสถิติของสินทรัพย์ ถือเป็นเสาหลักที่ผู้เข้าร่วมตลาดใช้กำหนดกรอบความคิด การคำนวณต้นทุนข้ามคืน สเปรด และค่าคอมมิชชันตามหลักการทางคณิตศาสตร์ช่วยตีแผ่ค่าใช้จ่ายแอบแฝงให้ปรากฏชัดเจน การตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการเริ่มต้นด้วยการกางรายชื่อสินทรัพย์ที่วางแผนจะเข้าทำธุรกรรมจริง แทนที่จะพิจารณาเพียงจำนวนตราสารมหาศาลเพื่อจุดประสงค์ทางการตลาด
แพลตฟอร์มระดับสากลอย่าง XM นำเสนอเทคโนโลยีการส่งคำสั่งที่รองรับการเข้าถึงสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นทองคำ (XAU) ดัชนีตราสารทุนขนาดใหญ่อย่าง US500 หรือดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง US100 คู่เงินหลัก ตลอดจนตราสารทุนต่างประเทศ (Stock CFD) ทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมไว้ภายในระบบบัญชีเดียวเพื่อการบริหารจัดการสถานะแบบบูรณาการ การผสานรวมเครื่องมือเหล่านี้เอื้อต่อการวางแผนที่รัดกุม พร้อมเงื่อนไขการถอนกำไรที่ได้รับจากโบนัสตามระเบียบและข้อกำหนดของโครงสร้างบัญชี
เปิดบัญชีวันนี้ เพื่อคว้าโอกาสร่วมฉลองความสำเร็จกับบริการที่ได้รับรางวัลจากสถาบันชั้นนำทั่วโลก XM นำเสนอตราสารให้เลือกมากกว่า 1,400 รายการและแพลตฟอร์มการเทรดที่มีฟีเจอร์ครบครัน 10 แพลตฟอร์มทั้งแอปฯ XM สำหรับ iOS และ Android รวมถึงแพลตฟอร์ม MT4 และ MT5 ยอดนิยม เข้าร่วมกับลูกค้ากว่า 20 ล้านคนที่ไว้วางใจ XM แพลตฟอร์ม All in One ครบวงจรระดับโลกที่มีการกำกับดูแลจากหลากหลายหน่วยงาน เพลิดเพลินกับการถอนเงินอุ่นใจทันที รับข้อมูลล่าสุดโดยติดตาม XM บน Facebook, Instagram และ TikTok เยี่ยมชมเว็บไซต์ของพวกเขาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
บริการของเรามีความเสี่ยงสูงและสามารถส่งผลทำให้เงินลงทุนของคุณเกิดการขาดทุนได้
*เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนด
TrustFinance
TrustFinance helps financial companies build credibility and traders make safer choices through verified profiles, authentic reviews, and research-driven insights.